ราคาน้ำมันโลก ร่วงสู่ระดับก่อนสงครามอิหร่าน รับอุปทานตะวันออกกลางเพิ่ม
"ราคาน้ำมันโลก" ปรับตัวลงในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.) ตามเวลาสหรัฐ สู่ระดับที่เคยซื้อขายก่อนการเริ่มต้นสงครามอิหร่าน โดยความคาดหวังเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าความกังวลด้านอุปสงค์
ล่าสุด สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับตัวลง 25 เซนต์ หรือ 0.34% อยู่ที่ 73.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ส่งมอบเดือนใกล้สุด ปรับตัวลง 24 เซนต์ หรือ 0.34% อยู่ที่ 70.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สัญญาทั้งสองประเภทแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นวันก่อนการเปิดฉากโจมตีอิหร่านของสหรัฐ และอิสราเอล
นักวิเคราะห์ระบุว่า เรือที่คั่งค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียกำลังได้รับการระบายออก ส่งผลให้มีอุปทานเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเดินเครื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านอุปทาน และท่าเรือขนส่ง
ทางด้านคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า ปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม โดยมีน้ำมันอย่างน้อย 20 ล้านบาร์เรลถูกขนส่งผ่านช่องแคบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์อาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ เนื่องจากยังต้องดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่
ด้านโจวานนี สเตาโนโว นักวิเคราะห์จากยูบีเอส ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งส่วนใหญ่เป็นเรือที่เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเพิ่มขึ้นของเรือขาเข้าอย่างมีนัยสำคัญยังต้องอาศัยความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย การกวาดล้างทุ่นระเบิด และการกลับสู่ภาวะปกติของค่าเบี้ยประกันภัยการขนส่งทางทะเล
อุปทานจากตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอิหร่านเตรียมเพิ่มการส่งออกน้ำมันภายหลังได้รับการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทางกายภาพในหลายภูมิภาคของโลกปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า จะไม่เกิดการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ แม้มาตรการผ่อนผันคว่ำบาตรจะขยายออกไปหลังวันที่ 21 ส.ค.ก็ตาม
ในด้านอุปสงค์ ธนาคารดังกล่าวมองว่า จีนจะยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบอิหร่านรายหลัก เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรต่อน้ำมันและเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้
ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อยุติสงคราม ได้เปิดทางให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการอีกครั้ง หลังจากอิหร่านปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวโดยพฤตินัย
ข้อตกลงดังกล่าวยังกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาในประเด็นที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยคริส ไรต์ ระบุว่า น้ำมันจะยังคงไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ และอิหร่านจะไม่สามารถปิดช่องแคบได้อีก
ขณะที่ยูบีเอสได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ โดยคาดว่าราคาจะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสิ้นเดือนกันยายนและสิ้นเดือนธันวาคม และอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมและสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2570
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาว
- กูรูเตือน 'สงครามอิหร่าน' จ่อดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง 120 ดอลลาร์ในเร็ววัน
- 'ซิตี้กรุ๊ป' เตือน 'ราคาน้ำมันเบรนท์' อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg