เด็ก 8 ขวบมาจับปลา พลัดตกสระจมน้ำสลด
(23 พ.ค. 69) เวลา 14.14 น. ตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ได้รับแจ้งเหตุเด็กพลัดตกสระน้ำจมหายไป บริเวณสระน้ำเก่า (สระวิก) ถนนทักษิณเฉลิมเขต ซอย 3 ในเขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดกู้ชีพกู้ภัยร่วมใจตำบลปาดัง และกู้ชีพเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ความลึกประมาณ 5 เมตร มีรั้วกั้นโดยรอบแต่บางจุดเปิดเป็นช่องโหว่ พบชาวบ้านนับพันคนยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่พลเมืองดีพยายามลงงมค้นหาร่างแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากน้ำลึกเกินไป จึงต้องประสานชุดประดาน้ำจากมูลนิธิท่งเซียเซียงตึ้ง หาดใหญ่ เข้าสนับสนุน
.
จากการสอบสวน นางสาวพิชชาภา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีระทึกว่า เห็นกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-6 ขวบ ประมาณ 3 คน พยายามลงไปจับปลาที่ริมสระ ตนจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนและไล่ให้ขึ้นมา แต่กลุ่มเด็กได้ย้ายมุมไปเล่นที่บริเวณท่าน้ำอีกฝั่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงเด็ก ๆ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งมาดูพบ "น้องฟาฮัน" อายุ 8 ขวบ กำลังตะเกียกตะกายชูมือเหนือน้ำ แต่เนื่องจากตนว่ายน้ำไม่เป็นจึงวิ่งไปตามคนมาช่วย ทว่าไม่ทันการณ์ น้องฟาฮันได้จมหายไปต่อหน้าต่อตา เช่นเดียวกับคุณยายวัย 70 ปี ที่นั่งตกปลาอยู่ใกล้เคียงยันว่าเห็นเด็กคนหนึ่งเดินลงไปที่บันไดท่าน้ำเพื่อตักปลาเล่น ก่อนจะพลัดลื่นตกลงไปในน้ำที่ลึกและกว้าง
.
ด้านนายซาการี บิดาของเด็กชายผู้เคราะห์ร้าย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป.3 และว่ายน้ำไม่เป็น ก่อนเกิดเหตุออกจากบ้านไปตั้งแต่เที่ยงวัน ตนคิดว่าไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กปกติและไม่เคยมาแถวนี้ จนกระทั่งเพื่อนบ้านวิ่งมาแจ้งข่าวร้าย
.
ต่อมาทีมนักประดาน้ำจำนวน 5 คน ได้ลงปูพรมค้นหาใต้น้ำประมาณ 15 นาที จึงสามารถกู้ร่างไร้วิญญาณของน้องฟาฮันขึ้นมาได้สำเร็จ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งชันสูตรก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา
.
ทางด้าน นายสุพัฒน์ สันติปิยกุล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ชี้แจงว่า สระวิกแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี อดีตเคยใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับรถดับเพลิง แต่ปัจจุบันเทศบาลไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เนื่องจากมีระบบประปาและแหล่งน้ำอื่นที่เพียงพอ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2-3 ปีที่เกิดอุบัติเหตุเด็กจมน้ำ แต่ครั้งนี้โชคร้ายที่ยื้อชีวิตไว้ไม่ทัน ทั้งนี้ ทางเทศบาลมีแนวคิดที่จะทำการถมสระน้ำอันตรายแห่งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทน โดยจะเร่งนำเรื่องเข้าเสนอและขอความเห็นชอบในที่ประชุมสภาเทศบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย