จับสาวสอง-หนุ่มคู่รัก ลอบส่งพัสดุยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ดลงใต้
(28 พ.ค. 69) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5, สาธารณสุขจังหวัดลำพูน, กอ.รมน.จังหวัดลำพูน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ รวม 2 คดี ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวมทั้งสิ้น 232,015 เม็ด เผยแพร่พฤติการณ์ใช้ลำพูนเป็นเพียงทางผ่านและจุดพักยาก่อนกระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ
พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน เปิดเผยว่า คดีแรกเป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ซึ่งแกะรอยทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งพัสดุเอกชน ในพื้นที่ตำบลป่าสัก อ.เมืองลำพูน เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหาคือ นายทิวา (อายุ 39 ปี) ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง กำลังนำกล่องพัสดุมาจัดส่ง โดยในเอกสารระบุชื่อ นายโยธิน (อายุ 34 ปี) แฟนหนุ่มเป็นผู้ส่ง ปลายทางระบุไปยังจังหวัดปัตตานี
จากการแกะรอยตรวจสอบสิ่งของภายในกล่อง พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 88,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของนายทิวา พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่อีก 98,015 เม็ด รวมของกลางเครือข่ายนี้ทั้งสิ้น 186,015 เม็ด โดยทั้งสองยอมรับสารภาพว่าเป็นแฟนกัน และยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ได้ส่งไปแล้ว 4 กล่องปลายทางอยู่ที่ภาคใต้เช่นกัน
ส่วนคดีที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เหมืองจี้ ได้ขยายผลตั้งจุดสกัดบนเส้นทางในตำบลเหมืองจี้ อ.เมืองลำพูน หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ จนกระทั่งพบรถต้องสงสัย มีนายวรวัฒน์ (อายุ 36 ปี) และนายสามารถ (อายุ 32 ปี) นั่งมาในรถ จึงทำการควบคุมตัวมาเค้นสอบสวน
จนกระทั่งทั้งสองยอมจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่ารับจ้างนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้เพื่อรอคำสั่งกระจายให้ลูกค้า โดยนายสามารถยอมรับว่า ตนเองเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติดมาได้ไม่นาน ก่อนจะหันกลับมาทำซ้ำ โดยนำยาบ้าจำนวน 32 มัด (ประมาณ 46,000 เม็ด) ไปใส่ห่อพลาสติกแล้วขุดดินฝังซุกซ่อนไว้บริเวณข้างคริสตจักรภายในหมู่บ้าน
เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวไปขุดค้นจุดดังกล่าว พบห่อยาบ้าอยู่ในสภาพเปียกชื้นและละลายจับตัวเป็นก้อนเนี่องจากมีน้ำใต้ดินซึมเข้าไป เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย" และจะเดินหน้าขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
.
#ข่าวเวิร์คพอยท์23 #ข่าวเวิร์คพอยท์23ออนไลน์ #WorkpointNews