PLT โชว์กองเรือพร้อมลุย ขนส่งต่างแดนโตกระโดด
#PLT #ทันหุ้น – PLT ปักธงปี 69 โตต่อ! มั่นใจรายได้ขยายตัว 7-9% ดันสัดส่วนเรือต่างประเทศเพิ่มเป็น 24% จ่อบุ๊กยอด LPG Trading ช่วงครึ่งหลัง 69 ฟากผู้บริหารโชว์กองเรือพร้อมลุย 20 ลำ บวกขนส่งทางบก 72 คัน เดินหน้าคุมต้นทุน เพิ่ม Utilization Rate
นายวราวิช ฉิมตะวัน กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PLT เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทมั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2569 ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจขนส่งทางเรือต่างประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจLPG Trading ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งจะเข้ามาเสริมฐานรายได้และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างอัตรากำไรของบริษัทมากยิ่งขึ้น
@ปักธงรายได้
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต7-9% จากปีก่อน โดยยังมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพของรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านสัญญาระยะยาว รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจขนส่งทางเรือต่างประเทศและธุรกิจใหม่LPG Trading ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นการรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส3-4 ของปีนี้ โดยบริษัทติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน ค่าเงินบาท และปริมาณการขนส่งในประเทศอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าความต้องการใช้ LPG ในภูมิภาคเอเชียยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวไม่มาก ตามประมาณการของหลายสถาบัน แต่ความต้องการใช้พลังงานภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมยังมีความจำเป็นต่อเนื่อง ขณะที่การค้าก๊าซ LPG ในเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ด้านรายได้ธุรกิจขนส่งทางเรือในประเทศ(COA) ลดลงตามปริมาณการขนส่งที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนส่งทางเรือต่างประเทศยังเติบโตโดดเด่น โดยรายได้จากธุรกิจInternational Marine Transport เพิ่มขึ้น 37.06% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการรับรู้รายได้เรือใหม่ในรูปแบบ Time Charter ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากเรือต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 24% ของรายได้รวม จากเดิม18% ในไตรมาส 1/2568
@โชว์กองเรือ
ปัจจุบันบริษัทมีกองเรือให้บริการรวม20 ลำ แบ่งเป็นเรือในประเทศ17 ลำ และเรือต่างประเทศ3 ลำ รวมถึงรถขนส่งทางบกอีก 72 คัน โดยเรือต่างประเทศทั้งหมดดำเนินงานในรูปแบบTime Charter ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนน้ำมัน เนื่องจากคู่ค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าเชื้อเพลิง
ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการเพิ่มอัตราการใช้สินทรัพย์ (Utilization Rate) เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยไตรมาสแรกบริษัทมีEBITDA อยู่ที่ 75.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.43% YoY แม้ลดลง 1.64% QoQ และสามารถรักษา EBITDA Margin ได้ที่29.65%
ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.16 ล้านบาท ลดลง20.11% YoY และลดลง 13.13% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่14.65% ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 12.61 ล้านบาท ลดลง 2.68% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 2.78% จากไตรมาสก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) อยู่ที่ 4.97%
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 253.57 ล้านบาท ลดลง4.51% จากไตรมาสก่อน และลดลง 0.80% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 264.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.98% YoY แต่ลดลง 2.01% QoQ