มัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดพุ่ง 18% คุกคามข้อมูลธุรกิจองค์กรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานแคสเปอร์สกี้ ชี้มัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดเพิ่มขึ้น 18% คุกคามข้อมูลประจำตัวทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ด กำลังเป็นเครื่องมือที่ผู้โจมตีนิยมใช้มากขึ้นในการโจมตีองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้แสดงให้เห็นว่าการโจมตีด้วยมัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคนี้เพิ่มปริมาณขึ้น 18% ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยไปอย่างเงียบ ๆ นั้น ถูกใช้ในการแทรกซึมเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยที่ไม่เกิดสัญญาณแจ้งเตือน
โซลูชันทางธุรกิจของแคสเปอร์สกี้ ตรวจพบและบล็อกการโจมตีองค์กรธุรกิจด้วยมัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง เฉพาะในปี 2568 เพียงปีเดียว
มัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ด (Password stealers) เป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อขโมยพาสเวิร์ดและข้อมูลบัญชีอื่นๆ มัลแวร์นี้จะดึงคีย์ลับที่จัดเก็บไว้จากเบราว์เซอร์และยูทิลิตี้อื่น ๆ วิเคราะห์ไฟล์แคชและคุกกี้ และเข้าถึงข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี
อาชญากรไซเบอร์ สามารถใช้พาสเวิร์ดที่ถูกขโมยไปเพื่อเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายต่างๆ รวมถึงการโจรกรรมทางการเงิน การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล การกรรโชก และการใช้บัญชีที่ถูกบุกรุกเพื่อโจมตีเพิ่มเติม
ภัยคุกคามมัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ด เพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดใน ฟิลิปปินส์ (41%) รองลงมาคือมาเลเซีย (33%) และสิงคโปร์ (25%) เวียดนาม ตามมาติด ๆ ด้วยอัตราการเติบโต 21% และอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 7% อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกลับลดลงถึง 21%
การตรวจจับมัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดโดยแคสเปอร์สกี้สำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า มัลแวร์ขโมยพาสเวิร์ดเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในคลังแสงของอาชญากรไซเบอร์ เพราะมัลแวร์นี้มุ่งเป้าไปที่ประตูหน้าของทุกองค์กร นั่นก็คือข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้
แคสเปอร์สกี้ได้วิเคราะห์พาสเวิร์ดที่ถูกบุกรุก 193 ล้านรหัส และพบว่า 45% สามารถถูกถอดรหัสได้ภายในหนึ่งนาที มีพาสเวิร์ดเพียง 23% เท่านั้นที่แข็งแกร่งพอที่จะทนต่อการโจมตีได้นานกว่าหนึ่งปี ซึ่งเน้นให้เห็นว่าข้อมูลประจำตัวที่อ่อนแอ ยังคงเป็นเชื้อเพลิงให้กับการบุกรุกทางไซเบอร์ขนาดใหญ่
สำหรับองค์กร วิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การกำจัดความเสี่ยงนี้ออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยการใช้โปรแกรมจัดการพาสเวิร์ด (password managers) ที่สร้างและจัดเก็บข้อมูลประจำตัวแบบสุ่มอย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการบังคับใช้นโยบายการเข้าถึงที่เข้มงวด เช่น การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย การตรวจสอบข้อมูลประจำตัวเป็นประจำ และการเข้าถึงแบบจำกัดสิทธิ์ การฝึกอบรมพนักงานและการฝังนโยบายและพฤติกรรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในวัฒนธรรมองค์กรก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน” เอเดรียนกล่าวเสริม
เคล็ดลับเพื่อให้ระบบพาสเวิร์ด ปลอดภัยมากขึ้น
- การจดจำพาสเวิร์ดที่ยาวและไม่ซ้ำกัน สำหรับบริการทั้งหมดที่ใช้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยโปรแกรมจัดการพาสเวิร์ด ผู้ใช้จะสามารถจดจำพาสเวิร์ดหลักเพียงรหัสเดียวได้
- ใช้พาสเวิร์ดที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบริการ ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าบัญชีใดบัญชีหนึ่งจะถูกขโมย บัญชีที่เหลือก็จะไม่หายไปด้วย
- พาสเวิร์ดแบบวลีอาจมีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อใช้คำที่ไม่คาดคิด แม้ว่าผู้ใช้จะใช้คำทั่วไป ก็สามารถจัดเรียงคำเหล่านั้นในลำดับที่ไม่ธรรมดาและตรวจสอบว่าคำเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกัน นอกจากนี้ยังมีบริการออนไลน์ที่จะช่วยตรวจสอบว่าพาสเวิร์ดมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้พาสเวิร์ดที่เดาได้ง่ายจากข้อมูลส่วนตัว เช่น วันเกิด ชื่อสมาชิกในครอบครัว สัตว์เลี้ยง หรือชื่อของตัวเอง สิ่งเหล่านี้มักเป็นคำเดาแรกๆ ที่ผู้โจมตีจะลองใช้
- เปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบสองขั้นตอน (2FA) แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความแข็งแกร่งของพาสเวิร์ด แต่การเปิดใช้งาน 2FA จะเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง แม้ว่าจะมีคนรู้พาสเวิร์ดของตน ก็ยังคงต้องมีการยืนยันตัวตนอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้ โปรแกรมจัดการพาสเวิร์ดสมัยใหม่จะจัดเก็บคีย์ 2FA และรักษาความปลอดภัยด้วยอัลกอริธึมการเข้ารหัสล่าสุด
- การใช้โซลูชันด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้จะช่วยเพิ่มการป้องกันของผู้ใช้ ซึ่งจะตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและ Dark Web และแจ้งเตือนหากจำเป็นต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ด
การเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการขโมยพาสเวิร์ด
1. ติดตั้งแพลตฟอร์มความปลอดภัยขั้นสูง อย่างเช่น Kaspersky Next ซึ่งรวมความสามารถในการตรวจจับ ตรวจสอบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่ซับซ้อน เช่น สปายแวร์ แบ็กดอร์ และแรนซัมแวร์ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ปลายทาง คลาวด์ และ XDR/EDR
2. อัปเดตซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเน้นที่แอปพลิเคชันที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น Microsoft Office เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีโดยใช้ช่องโหว่
3. ใช้บริการข้อมูลภัยคุกคาม (threat intelligence) เพื่อให้เข้าใจกลยุทธ์การโจมตีล่าสุดและเตรียมการป้องกันให้เหมาะสม
4. รับการวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างครอบคลุมและละเอียดด้วย Kaspersky Incident Response บริการนี้ครอบคลุมกระบวนการตรวจสอบและตอบสนองทั้งหมด รวมถึงการควบคุมเบื้องต้น การรวบรวมหลักฐาน การระบุช่องทางการโจมตีหลัก และการพัฒนาแผนการบรรเทาผลกระทบที่มีประสิทธิภาพ
5. ปรับกระบวนการภายในและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันผ่านบริการให้คำปรึกษาของ Kaspersky SOC Consulting บริการนี้ช่วยสร้างศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) ภายในองค์กรตั้งแต่เริ่มต้น ประเมินความพร้อมของ SOC ที่มีอยู่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถเฉพาะด้าน เช่น ขั้นตอนการตรวจจับและการตอบสนอง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เตือนภัย! 'ลงทุนทอง' ช่วงวิกฤติสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์
- ดีอี เตือนภัย 'สแกมเมอร์' สวมรอย 'ปปง.' หลอกลงทะเบียนรับเงินคืนผ่านไลน์
- เตือนภัยใหม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น ตร. 5 คน บุกอุ้มเรียกค่าไถ่กลางวันแสกๆ
ติดตามเราได้ที่