โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เข้าใจแก่นธุรกิจของ SpaceX แม้ยังไม่กำไร แต่ทำไมทั้งโลกกล้าเดิมพัน?

Thairath Money

อัพเดต 01 มิ.ย. เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. เวลา 16.50 น.
ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ SpaceX กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้ หลายฝ่ายมองว่านี่คือบริษัทแห่งอนาคตที่จะกลายเป็น IPO ระดับประวัติศาสตร์โลก ด้วยมูลค่าบริษัทที่จะพุ่งสูงลิ่ว แต่บางฝ่ายก็เกิดตั้งคำถามเช่นกันหลังเห็นรายงานงบการเงินที่ออกมาว่าถ้าบริษัทนี้ต้องแบกต้นทุนและหนี้มหาศาล และอาจไม่สามารถทำกำไรได้อีกนานมาก จะคุ้มเสี่ยงหรือไม่?

Thairath Money พาไปเจาะลึกทำความเข้าใจธุรกิจแบบ SpaceX ผ่านบทสนทนาในรายการ Digital Frontier ระหว่าง รดา-ลภัสรดา พิพัฒน์ และเติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน บรรณาธิการบริหาร Spaceth.co ถึงเบื้องหลังของ SpaceX ถ้าบริษัทนี้ยังไม่ทำกำไร นักลงทุนจะคาดหวังอะไรกับ IPO ครั้งนี้?

โมเดลธุรกิจของ SpaceX

หากมอง SpaceX เป็นเพียง “บริษัทผลิตจรวด” อาจเป็นการมองที่แคบเกินไป เพราะสิ่งที่บริษัทกำลังสร้าง ไม่ได้มีแค่ยานอวกาศ หากแต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่” (New Space Economy) ที่กำลังเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี และเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติกับจักรวาลไปโดยสิ้นเชิง

หลายคนอาจเข้าใจว่า SpaceX แค่รับจ้างผลิตและส่งจรวด แต่จริง ๆ แล้วโมเดลธุรกิจของบริษัทนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก จากช่วงแรกที่รายได้หลักมาจากการงานด้าน Logistics หรือขนส่งขึ้นวงโคจร โดยรับส่งของให้ NASA และส่งดาวเทียมให้เอกชน

แต่ต่อมามีจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการพัฒนา Reusable Rocket หรือจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนมหาศาล จากเดิมที่การส่งจรวดเปรียบเหมือนการเช่าเหมาลำ (Made to Order) ที่ราคาแพง กลายมาเป็นระบบปล่อยจรวจที่มีการกำหนดรอบเวลาที่ชัดเจน (Cadence) ทำให้ราคาถูกลงมาก เพราะลูกค้าจะรู้ได้ว่าจรวดจะถูกปล่อยตอนไหน

แม้วิสัยทัศน์สูงสุดของ Elon Musk จะเป็นการสร้างอาณานิคมมนุษย์บนดาวอังคาร แต่ในเชิงธุรกิจ รายได้หลักที่กำลังขับเคลื่อน SpaceX อยู่ในปัจจุบันคือ “Starlink” บริการอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท

แนวคิดอินเตอร์เน็ตจากอวกาศไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตบริษัทอย่าง Iridium ก็เคยพยายามทำมาแล้ว แต่ล้มเหลวจากต้นทุนการส่งดาวเทียมที่สูงมหาศาล รวมถึงความต้องการตลาดที่ยังไม่มากพอ แต่สำหรับ SpaceX แล้วมีอยู่ 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ ประกอบไปด้วย

  • ความต้องการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
  • ต้นทุนการผลิตดาวเทียมที่ลดลง
  • และที่สำคัญที่สุด คือการที่ SpaceX สามารถสร้างจรวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทำให้ลดต้นทุนการส่งสิ่งของขึ้นสู่วงโคจรได้มหาศาล

นี่จึงกลายเป็นความได้เปรียบที่คู่แข่งตามมันได้ยาก เป็นตัวอย่างชั้นยอดของกลยุทธ์ Vertical Integration หรือการควบคุมห่วงโซ่ธุรกิจด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะเมื่อ SpaceX เป็นเจ้าของระบบขนส่งอวกาศที่ถูกที่สุด บริษัทก็สามารถส่งดาวเทียมของตัวเองขึ้นไปสร้างเครือข่ายได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมาก

ปัจจุบัน Starlink เรียกได้ว่ากลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปลายปี 2025 จะมีผู้ใช้งานถึง 8.9 ล้านราย และสามารถให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่รองรับทั้งวิดีโอคอล เล่นเกมออนไลน์ หรือใช้งานบนเครื่องบินพาณิชย์ แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็ตาม

วิธีเปลี่ยนให้ธุรกิจปล่อยจรวดราคาถูกลง

ตามที่กล่าวไปข้างต้น ก่อนที่ Starlink จะกลายเป็นเสาหลักทางการเงิน SpaceX เติบโตขึ้นมาจากการคว้าสัญญาสำคัญจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะภารกิจขนส่งสินค้าให้ NASA หลังสหรัฐฯ ปลดระวางโครงการ Space Shuttle ในปี 2011

SpaceX สามารถทำภารกิจขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้สำเร็จในปี 2012 และในปี 2020 บริษัทก็กลายเป็นบริษัทเอกชนรายแรกของโลกที่สามารถส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจปล่อยจรวด คือการสร้างจังหวะการปล่อยจรวด หรือ Launch Cadence ที่มีความสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้

ในอดีต การปล่อยจรวดเปรียบเสมือน “แท็กซี่เช่าเหมาลำ” ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และถูกออกแบบเฉพาะภารกิจใดภารกิจหนึ่ง แต่ SpaceX เปลี่ยนโมเดลนี้ให้คล้าย “ระบบขนส่งสาธารณะ” ด้วยการกำหนดตารางปล่อยจรวดที่แน่นอน ทำให้ลูกค้าหลายรายสามารถแชร์พื้นที่บนจรวดเที่ยวเดียวกันได้ ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อรายลดลงมหาศาล

ผลลัพธ์คือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่โรงเรียน ก็สามารถเข้าถึงเศรษฐกิจอวกาศได้จริงผ่านบริการของ SpaceX

เป้าหมายถัดไป AI และ Data Center บนวงโคจร

เมื่อ Starlink เริ่มกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มั่นคง SpaceX ก็เริ่มมองไปยังก้าวกระโดดครั้งต่อไป นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลขั้นสูง

Elon Musk ให้ความสำคัญอย่างมากกับแนวคิด “Machine-Build-Machine” หรือวงจรที่เครื่องจักรสร้างเครื่องจักรกันเอง โดยมีการอธิบายแนวคิดนี้ไว้ว่า โรงงานอัตโนมัติจะผลิตชิป AI จากนั้นชิปเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ฝึก AI รุ่นใหม่ที่ฉลาดยิ่งขึ้น ก่อนจะย้อนกลับมาช่วยออกแบบและผลิตระบบรุ่นถัดไป เกิดเป็นวงจรเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีแบบไม่สิ้นสุด

และเมื่อผลักแนวคิดนี้ไปจนสุดทาง ก็ทำให้ Elon Musk เริ่มจริงจังกับการสร้าง Data Center สำหรับ AI ในอวกาศ ที่แม้จะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ (ที่เขาชอบอ่าน) แต่เหตุผลเบื้องหลังกลับมีความเป็นจริงอย่างมาก โดยมีการอธิบายไว้ว่า

  • บนอวกาศมีพลังงานสะอาดแบบไร้ขีดจำกัด หากเกิดมี Data Center ขึ้นมาเหนือวงโคจรโลก ที่นั่นจะมีพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ไม่มีเมฆ ไม่มีฝน และไม่มีข้อจำกัดจากโครงข่ายไฟฟ้าบนโลก
  • มีระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพกว่าโลก โครงสร้างพื้นฐานในอวกาศสามารถใช้ประโยชน์จากอุณหภูมิสุดขั้วของสุญญากาศในการระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ แทนการใช้ระบบหล่อเย็นซับซ้อนแบบบนโลก
  • ช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์ หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ Data Center บนโลก นอกจากเรื่องของภัยธรรมชาติแล้ว ยังมี Human Error ไม่ว่าจะเป็นการทำสายหลุด อุปกรณ์ตกเสียหาย หรือความผิดพลาดจากการบำรุงรักษา แต่หากเซิร์ฟเวอร์ถูกนำขึ้นสู่วงโคจร และใช้หุ่นฮิวมานอยด์ อย่าง Optimus ในการดูแลรักษาแบบอัตโนมัติ ระบบทั้งหมดก็จะมีความปลอดภัยและเสถียรมากขึ้น
  • สร้าง Edge Computing ในอวกาศ การประมวลผลข้อมูลดิบจำนวนมหาศาลในวงโคจรก่อนส่งผลลัพธ์กลับมายังโลก จะช่วยลดภาระของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทั่วโลกได้อย่างมาก และด้วยศักยภาพของ Starship จรวดขนาดยักษ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้เต็มรูปแบบ การขนส่งฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์นับพันตันขึ้นสู่อวกาศ ก็เริ่มมีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐศาสตร์

“Apollo Effect” จุดเร่งนวัตกรรมอวกาศทั่วโลก

คำถามสำคัญคือ ทำไมการแข่งขันด้านอวกาศจึงสำคัญกับคนทั่วไปบนโลก?

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ สิ่งนี้คือตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดนวัตกรรมครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในซิลิคอนแวลลีย์ รวมถึงการถือกำเนิดของไมโครโปรเซสเซอร์สมัยใหม่ ล้วนมีรากมาจากความพยายามย่อขนาดคอมพิวเตอร์ให้เล็กพอจะใส่เข้าไปในยาน Apollo เพื่อเดินทางไปดวงจันทร์

ปัจจุบัน เศรษฐกิจอวกาศกำลังทำหน้าที่คล้ายกัน ผ่านสิ่งที่หลายคนเรียกว่า “Apollo Effect” ซึ่งจะกลายเป็นตัวเร่งการพัฒนา AI วัสดุศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีการแพทย์ และอุตสาหกรรมใหม่อีกจำนวนมาก

และสงครามนวัตกรรมที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอวกาศยุคใหม่นี้ กำลังกลายเป็นเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเกมระดับโลก ที่ SpaceX กลายเป็นเหมือนหัวหอกสำคัญของสหรัฐอเมริกา ในการต่อกรกับจีนที่กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศอย่างหนัก

จีนกำลังสร้างโรงงานผลิตดาวเทียมขนาดใหญ่ พร้อมพัฒนาจรวดแบบใช้ซ้ำได้ของตัวเองเพื่อแข่งขันกับ SpaceX จน NASA เองก็มองว่าจีนคือคู่แข่งสำคัญที่สุดของการแข่งขันอวกาศยุคปัจจุบัน

“อวกาศ” ไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ SpaceX กำลังทำให้ “อวกาศ” กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้มากขึ้น เพราะเมื่อค่าใช้จ่ายในการปล่อยจรวดลดลงอย่างมหาศาล อวกาศก็ไม่ใช่สนามแข่งขันเฉพาะของประเทศมหาอำนาจอีกต่อไป

วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่นักวิจัยอิสระ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากอวกาศได้จริง

ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในประเทศไทย เริ่มสามารถส่งงานทดลองขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งการทดลองผสมยาในสภาวะไร้น้ำหนัก ไปจนถึงการพัฒนาจอ LCD รุ่นใหม่ เพราะต้นทุนการเข้าถึงอวกาศถูกลงจากเดิมอย่างมหาศาลจากบริษัทอย่าง SpaceX

และเชื่อว่า สำหรับหลายคน แม้จะมองว่า SpaceX นั้นอาจไม่กำไรไปอีกนาน แต่สิ่งที่หลายฝ่ายสนใจในตอนนี้กลับอยู่ที่

  • วิสัยทัศน์ของ Elon Musk ที่คนไม่ได้เดิมพันแค่ที่ตัวเลข แต่กำลังเดิมพันที่ความเชื่อว่า Elon Musk จะเปลี่ยนอนาคตได้จริง
  • เครือข่ายอำนาจ เนื่องจาก SpaceX มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัฐบาลสหรัฐฯ (โดยเฉพาะในยุคทรัมป์) เพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี
  • มูลค่าบริษัทที่พุ่งสูง แม้จะยังไม่เข้าตลาดจริง แต่ในตลาดรอง (Secondary Market) หรือพวกโทเคนหุ้น มูลค่าก็พุ่งไปรอแล้ว เพราะคนมองเห็นแก่นของธุรกิจที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

ดังนั้น การลงทุนใน SpaceX หรือเศรษฐกิจอวกาศในภาพรวม จึงไม่ใช่แค่การเดิมพันกับความฝันของชายคนหนึ่งที่อยากไปดาวอังคารอีกต่อไป แต่มันคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตที่อาจกำหนดทิศทางนวัตกรรมของมนุษยชาติไปอีกหลายสิบปีข้างหน้า

รับชมรายการเต็มได้ที่ Digital Frontiers EP.67 | เบื้องหลัง SpaceX ถ้าไม่ทำกำไร นักลงทุนคาดหวังอะไรกับ IPO ครั้งนี้?

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เข้าใจแก่นธุรกิจของ SpaceX แม้ยังไม่กำไร แต่ทำไมทั้งโลกกล้าเดิมพัน?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...