อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โต้หลัง กกร. รายงานข้อมูลเป็นอันดับ 1 หน่วยงานรัฐเรียกสินบน จี้เปิดหลักฐานการสำรวจปมทุจริต หากไม่มีให้ขอโทษ
วันนี้( 15 พ.ค.2569) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมด้วย นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดี คพ. และ นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ รองอธิบดี คพ. ร่วมแถลงข่าว กรณีผลสำรวจความโปร่งใสของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ซึ่งระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ที่เสนอให้ต่อครั้ง จำนวน 102,160 บาท
อธิบดี คพ. กล่าวว่า ตนได้ออกจดหมายเปิดผนึกขอทราบข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว ส่งไปยังประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้า รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภา ม.หอการค้า และประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น เพื่อขอทราบว่า ผลการสำรวจการทุจริตกล่าวหาว่ากรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดเป็นอันดับแรกมาได้อย่างไร
ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าการสำรวจใช้รูปแบบ Google Document ที่สามารถส่งต่อให้บุคคลทั่วไปกรอกข้อมูลได้ จึงอาจเกิดความคลาดเคลื่อนหรือระบุหน่วยงานผิดพลาดได้ ดังนั้นกระบวนการวิเคราะห์และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นอย่างไร เชื่อถือได้หรือไม่
“ขอให้ทาง กกร. แจ้งผลและจัดส่งเอกสารกลับมาภายใน 7 วัน หากทาง กกร. ไม่มีข้อมูลเอกสารหลักฐานการทุจริตดังกล่าว ขอให้ กกร. แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยแถลงข่าวขอโทษคพ. อย่างเป็นทางการ เพื่อคืนขวัญกำลังให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย แต่หากหลักฐานที่ส่งมาพบมีการทุจริตจริง ผมจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”
นายสุรินทร์ กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของคพ. ว่า กรมควบคุมมลพิษ เป็นกรมที่ดำเนินงานตามหลักวิชาการ ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่เอื้อต่อการรับสินบนแต่อย่างใด พร้อมทำงานอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน อย่างเช่น สารพิษที่แม่น้ำกก -สาย แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน การช่วยเหลืออุทกภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เข้าสำรวจการกำจัดขยะร่วมกับท้องถิ่น
กรณีไฟไหม้ที่เจ้าหน้าที่ต้องไปวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ รวมทั้งการฟ้องร้องเอกชนในกรณีที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคพ.ต้องขึ้นศาลบ่อยมาก เพราะมีการฟ้องร้องเอกชนเยอะ เราอยู่เคียงข้างประชาชน แต่อาจไม่ได้อยู่ข้างใครบางคนก็ได้
อธิบดี คพ. ยกตัวอย่างกรณีตรวจพบการปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับคำสั่งให้แก้ไขภายใน 90–120 วัน หากไม่มีการแก้ไขต้องปรับเงินวันละ 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ดังนั้นเป็นไปได้ยากทางตรรกะ ที่เอกชนจะยอมจ่ายเงินกว่าแสนบาท เพื่อแลกกับการหลีกเลี่ยงค่าปรับรายวันหลักพัน หรือค่าปรับสูงสุดที่ยังต่ำกว่ามูลค่าสินบนเกือบครึ่ง
นายสุรินทร์ ย้ำว่า กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจอนุมัติหรือออกใบอนุญาตประกอบกิจการใดๆ ให้ภาคเอกชน รวมทั้งการลงพื้นที่ตรวจโรงงาน คพ.จะประสานงานกับอุตสาหกรรมจังหวัด โดยคพ.ตรวจวัดคุณภาพตามหลักวิชาการ หากพบว่าโรงงานกระทำผิด อุตสาหกรรมจังหวัดจะมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย คพ.ไม่มีอำนาจให้โรงงานหยุดหรือพักกิจการเลย จึงไม่มีช่องทางเอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ