โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พรพจน์” สั่งตรวจเข้มธุรกรรมที่ดิน สางปม “นอมินีต่างชาติ“

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกล (Video Conference) ไปยังเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขา และส่วนแยกทั่วประเทศ รวม 462 สำนักงาน เพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติงานและยกระดับมาตรการตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” อย่างเข้มงวด หลังปรากฏข้อมูลและกระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลอำพรางการถือครองที่ดิน ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของประเทศ พร้อมมอบนโยบายตรงถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศให้เดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตรวจสอบเชิงลึก และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ได้แสดงความห่วงใยในประเด็นเรื่องของการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย และได้เน้นย้ำสั่งการเป็นพิเศษถึงปัญหาการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ โดยที่ผ่านมา กรมที่ดินได้ออกหนังสือกำชับแนวทางการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบทุก 3 เดือน เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มปรากฏพฤติการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น คือ ตอนจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมกับสำนักงานที่ดิน เอกสารทุกอย่างอาจถูกต้องครบถ้วน แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น เปลี่ยนทุน หรือใช้บริษัทอื่นเข้ามาถือหุ้นแทนคนไทย จนสุดท้ายผู้มีอำนาจควบคุมแท้จริงกลายเป็นคนต่างชาติ เรื่องแบบนี้ต้องตรวจสอบลึกไปถึงโครงสร้างบริษัทและเส้นทางการเงิน

ในการประชุมครั้งนี้ อธิบดีกรมที่ดินได้กำชับให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศถือปฏิบัติตามมาตรการสำคัญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ “มาตรการป้องกันก่อนจดทะเบียน” ซึ่งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ใช่เพียงตรวจสอบเอกสารตามรูปแบบเท่านั้น

กรมที่ดินกำหนดมาตรการตรวจสอบเชิงลึกก่อนจดทะเบียน ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะการซื้อหรือโอนที่ดินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีการสอบสวนถึงแหล่งที่มาของเงิน รายได้ อาชีพ และฐานะทางการเงิน อย่างละเอียด หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือถือครองแทนคนต่างด้าว จะต้องเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ในกรณีที่คนไทยมีคู่สมรสเป็นต่างด้าว ต้องให้ถ้อยคำรับรองว่าเงินที่นำมาซื้อเป็นสินส่วนตัวมิใช่สินสมรส รวมถึงกรณีการจำนอง เช่า หรือให้สิทธิอื่นแก่คู่สมรสต่างด้าว หากมีพฤติการณ์เข้าข่ายสนับสนุนการถือครองแทน ก็จะถูกตรวจสอบเช่นกัน ตลอดจนกรณีบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวรับโอนที่ดิน จะต้องมีการสอบสวนเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือเอื้อประโยชน์แก่คนต่างด้าว

ในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล โดยเฉพาะบริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นหรือเป็นกรรมการ และมีมูลค่าการโอนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยไม่ได้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยสอบสวนจากรายได้ อาชีพ และที่มาของเงินอย่างครบถ้วน รวมถึงกรณีบริษัทซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าทุนจดทะเบียนแต่ไม่มีการจำนอง ก็ต้องสอบสวนที่มาของเงินทุนของบริษัทอย่างละเอียด นอกจากนี้ หากนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาเช่าที่ดินหรือถือสิทธิระยะยาว ก็จะมีการสอบสวนวัตถุประสงค์การเช่าว่านำไปประกอบกิจการใด หรือขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ และหากไม่แสดงหลักฐานจนเป็นที่เชื่อได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจสอบหลังการได้มาซึ่งที่ดิน โดยให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนกรณีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกลั่นกรองข้อเท็จจริงและติดตามพฤติการณ์ต้องสงสัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กรมที่ดินยังเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกรมที่ดินได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนิติบุคคลต้องสงสัย ข้อมูลผู้ถือหุ้น และข้อมูลการถือครองที่ดิน เพื่อใช้ร่วมกันในการตรวจสอบพฤติการณ์นอมินีและการถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างด้าว

อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวอีกว่า ต่อให้ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิด คณะกรรมการระดับจังหวัดก็ยังต้องติดตามและสอดส่องข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโฆษณา ข่าวสารท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ หรือพฤติการณ์ที่แสดงออกต่อสาธารณะของผู้ถือครองที่ดินหรือกลุ่มทุนต่างชาติ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง กรมที่ดินมีมาตรการทั้งทางปกครองและทางอาญารองรับอย่างชัดเจน โดยสามารถสั่งให้จำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่น้อยกว่า 180 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี หากไม่ดำเนินการ อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งจำหน่ายแทนได้ทันที

ส่วนผู้กระทำผิดจะมีความผิดทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือการได้มาซึ่งที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ พร้อมทั้งคาดโทษและตักเตือนเจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดทุกคนอย่างเด็ดขาด ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ห้ามมีพฤติกรรมเข้าไปส่วนรู้เห็นหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนต่างชาติในการถือครองที่ดินโดยเด็ดขาด

หากผลการตรวจสอบในอนาคตพบว่า มีสํานักงานที่ดินพื้นที่ใดปล่อยปละละเลย หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอําพรางสิทธิ์ หรือเป็นนอมินีให้แก่คนต่างชาติ กรมที่ดินจะดําเนินมาตรการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดและส่งดําเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและรักษาผลประโยชน์ทางทรัพยากรของประเทศตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกระทบต่อการลงทุนหรือการท่องเที่ยว แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความมั่นใจว่าการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...