โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หม่อมกร” ลุยหาเสียงโบ๊เบ๊ชูโมเดล “โซนนิ่งเวลา” ลั่นเมืองสะอาดได้ คนจนต้องมีที่ทำกิน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“หม่อมกร” ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนคนรากหญ้า ค้านนโยบายไล่รื้อแบบสุดโต่ง เสนอระเบียบใหม่ “จำกัดเวลา แต่ไม่จำกัดอาชีพ”

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องผู้ค้าและประชาชนในย่านการค้าเก่าแก่ใจกลางเมืองหลวง ณ ตลาดโบ๊เบ๊ และตลาดมหานาค เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบพื้นที่ทางเท้า ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปากท้องของผู้ค้ารายย่อยและคนจนเมืองท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เปิดเผยว่า การพัฒนาเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสิ่งที่ดี แต่การบริหารของตนจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “ความพอเหมาะพอดี” ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบสุดโต่งด้วยการไล่รื้อ หรือผลักดันผู้ค้าขึ้นไปอยู่บนตึกเอกชนจนต้นทุนสูงลิ่ว ซึ่งเป็นการทำลายโครงข่ายความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ (Social Safety Net) ของคนจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมโดยแยกตามอัตลักษณ์ของทั้ง 2 ตลาด โดยตลาดโบ๊เบ๊ต้องชุบชีวิตตลาดผ้าด้วย “โซนนิ่งเวลา” (Night Economy) จากการพูดคุยกับผู้ค้าเสื้อผ้าและแรงงานรับจ้าง พบว่าการบังคับย้ายเข้าอาคารทำให้สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ประกอบกับเจอศึกหนักจากสินค้าออนไลน์นำเข้าราคาถูก แนวทางแก้ไขคือการนำแนวคิด “โซนนิ่งด้วยเวลา” (Time-Space Sharing) มาใช้

เปิดเขตเศรษฐกิจภาคค่ำชั่วคราว อนุญาตให้ตั้งแผงค้าแผงลอยริมคลองที่เป็นระเบียบได้ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่การจราจรบนถนนกรุงเกษมเบาบางลงแล้ว เพื่อให้คนจนมีพื้นที่ทำกินต้นทุนต่ำ เงื่อนไขร่วมกัน ผู้ค้าต้องเคลียร์พื้นที่ให้เสร็จสิ้นและสะอาดเรียบร้อยก่อนรุ่งเช้า เพื่อให้คน กทม. ได้เมืองที่สัญจรสะดวกในตอนกลางวัน ส่วนคนจนได้ช่องทางลืมตาอ้าปากในตอนกลางคืน

ขณะที่ตลาดมหานาค ซึ่งเป็นศูนย์กระจายผลไม้โต้รุ่งที่หล่อเลี้ยงรถพุ่มพวงและแม่ค้ารถเข็นทั่วกรุง ปัญหาหลักคือขยะเปียกจากผลไม้เน่าเสียและความสะอาด โดยมีแนวทางแก้ไขคือ เปิดเลนจอดด่วนชั่วคราว (Fast Track) ในช่วงดึก เพื่อให้รถซาเล้งและรถพุ่มพวงสลับหมุนเวียนเข้ามาขนถ่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่จอดแช่ขวางทางจราจร ตั้งกองทุนขยะจ้างงานคนไร้บ้าน สนับสนุนเครื่องมือจัดเก็บขยะเปียกผักผลไม้เพื่อนำไปผลิตพลังงาน และนำรายได้มาจัดตั้งกองทุนจ้างงานคนจนและคนไร้บ้านในพื้นที่ ให้ทำหน้าที่เป็นทีมล้างถนนฉีดน้ำทำความสะอาดทันทีหลังตลาดเลิกในเวลา 05.30 น.

ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การบริหารเมืองยุคใหม่ต้องไม่มองคนจนเป็นขยะที่ต้องกวาดทิ้ง และในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยปละละเลยจนไร้ระเบียบวินัย การใช้มาตรการทางสายกลางด้วยการ “จำกัดเวลา แต่ไม่จำกัดอาชีพ” คือคำตอบ คน กทม. จะได้ทางเท้าที่สะอาดและสัญจรได้ในเวลาทำการ ส่วนคนจนเมืองและผู้ค้ารายย่อยก็ยังมีหนทางทำมาหากินเลี้ยงชีพ ไม่ต้องกลายเป็นหนี้นอกระบบ เศรษฐกิจฐานรากจะหมุนเวียนได้ เมืองจะเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและโอบรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หม่อมกร” ลุยหาเสียงโบ๊เบ๊ชูโมเดล “โซนนิ่งเวลา” ลั่นเมืองสะอาดได้ คนจนต้องมีที่ทำกิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...