โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ เผยผลตรวจซากช้างป่านครนายก สั่งยกระดับสกัดลักลอบทำผิด

เดลินิวส์

อัพเดต 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 3.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กรมอุทยานฯ เผยผลตรวจซากช้างป่านครนายก ยืนยันไม่พบรอยกระสุน คาดตายธรรมชาติ พร้อมสั่งยกระดับลาดตระเวนเข้มสกัดพวกลักลอบผู้ทำผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสะเทือนใจคนรักสัตว์ป่า หลังได้รับแจ้งพบซากช้างป่าเหลือแต่โครงกระดูกกลางป่าเขาใหญ่ โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้ นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย พ.ต.ท.สำราญ พลไชย รองผู้กำกับ สภ.เมืองนครนายกร่วมกันลงพื้นที่ด่วนบริเวณป่าเขาแก้ว หมู่ที่ 1 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อทำการตรวจสอบซากช้างป่าดังกล่าว

จากการชันสูตรพลิกศพและตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ พบช้างป่าไม่ทราบอายุ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 เดือน สภาพเน่าเปื่อยจนเหลือเพียงแต่โครงกระดูก เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) สแกนทั่วบริเวณอย่างละเอียด "ไม่พบเศษโลหะหรือร่องรอยบาดแผลจากกระสุนปืน" จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวเสียชีวิตลงตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม จุดสะเทือนใจและเป็นประเด็นสำคัญคือ "บริเวณหัวกะโหลกไม่พบงาช้าง" จากการตรวจสอบเชิงลึกไม่พบร่องรอยของการใช้อุปกรณ์ตัดหรือเลื่อยงา คาดว่าผู้กระทำผิดน่าจะอาศัยจังหวะหลังจากช้างเสียชีวิตจนซากเน่าเปื่อยแล้วเข้ามา "ถอดงา" ออกไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองนครนายก และสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยติดตามตัวผู้ลักลอบนำงาช้างป่าตัวนี้ไปมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการปฏิบัติงานหลังจากนี้ โดยได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน และเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่าทุกจุด ให้เพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญ

นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ยังได้เร่งทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนในพื้นที่รอบแนวเขตอุทยานฯ ให้ตระหนักถึงแนวทางการปฏิบัติตนเมื่อต้องเผชิญหน้าหรืออยู่อาศัยร่วมกับช้างป่า เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และร่วมเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอความร่วมมือจากประชาชน: หากพบเห็นสิ่งผิดปกติในเขตป่า หรือมีเบาะแสการลักลอบล่า สัตว์ป่า หรือค้าซากสัตว์ป่าผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าให้อยู่คู่เมืองไทยต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...