โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มนุษย์ต่างดาวเคยมาโลกหรือไม่? 3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่พบหลักฐาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์ชี้ 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวอาจยังไม่เคยมาเยือนโลก ตั้งแต่ข้อจำกัดการเดินทางข้ามดวงดาว พลังงานมหาศาล และสภาพแวดล้อมของโลก

หลังจากการเปิดเผยข้อมูลปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ (UAP) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1940 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงกระแสจากภาพยนตร์เรื่อง Disclosure Day ของผู้กำกับชื่อดังสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้จุดประกายความเชื่อที่ว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังมาเยือนโลก
โดยผลสำรวจในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอีกหลายพื้นที่พบว่า ประชาชนราวหนึ่งในสามมีความเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวได้มาอยู่บนโลกของเราแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญอย่าง ศาสตราจารย์ แครอล โอลิเวอร์ (Carol Oliver) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และชีวดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย UNSW Sydney ได้ให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3 ประการที่ชี้ชัดว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากนอกโลกจึงอาจจะยังไม่เคยเดินทางมาเยือนโลกของเราเลย

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 3 ประการ

1. อวกาศกว้างใหญ่เกินจินตนาการ และข้อจำกัดเรื่อง "การยืดออกของเวลา"
ปัญหาแรกสุด คือ ระยะทาง ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะของเราที่สุดคือ Proxima Centauri นั้นอยู่ห่างออกไปถึง 4.3 ปีแสง หรือประมาณ 40 ล้านล้านกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นระยะทางที่ไกลกว่าระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์ถึง 268,000 เท่า
หากอ้างอิงเทคโนโลยีปัจจุบัน ยานอวกาศที่เร็วที่สุดของมนุษย์คือ Parker Solar Probe ซึ่งมีความเร็วสูงสุดที่ 191 กิโลเมตรต่อวินาที หรือเพียง 0.064% ของความเร็วแสง ยังต้องใช้เวลาถึง 6,650 ปี ในการเดินทางไปยัง Proxima Centauri ซึ่งนี่เป็นเพียงเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดเท่านั้น
แม้ว่ามนุษย์ต่างดาวจะมีเทคโนโลยีที่สามารถเดินทางได้เร็วจนเข้าใกล้ความเร็วแสง พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับ ปรากฏการณ์การยืดออกของเวลา (Time Dilation) ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ระบุว่าเวลาจะเดินช้าลงสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยความเร็วสูง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีของนักบินอวกาศสกอตต์ เคลลี่ (Scott Kelly) ของนาซา ที่ไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ เดินทางด้วยความเร็ว 28,150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อกลับมายังโลก เขาอายุน้อยกว่าฝาแฝดของเขาในระดับมิลลิวินาที
สำหรับมนุษย์ต่างดาวที่ต้องเดินทางข้ามระบบดาวด้วยความเร็วสูงมากๆ เมื่อพวกเขากลับไปยังดาวบ้านเกิด เวลาอาจผ่านไปแล้วเป็นศตวรรษ ทำให้พวกเขากลายสภาพเป็นผู้ลี้ภัยทางเวลา (Time exiles) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ความต้องการพลังงานระดับมหาศาล และอันตรายร้ายแรงในอวกาศ
การเดินทางข้ามดวงดาวต้องใช้พลังงานสูงจนคาดไม่ถึง เพราะเมื่อยานอวกาศมีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลของยานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหากยานสามารถเร่งความเร็วไปจนถึงระดับความเร็วแสง ยานจะมีมวลเป็นอนันต์และต้องใช้พลังงานเป็นอนันต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางฟิสิกส์
นอกจากนี้ อวกาศไม่ได้เป็นสุญญากาศที่ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ อนุภาคไฮโดรเจนที่กระจายตัวอยู่อย่างเบาบางในอวกาศ จะกลายสภาพเป็น รังสีที่รุนแรงและสร้างความร้อนมหาศาล เมื่อยานพุ่งชนด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง ซึ่งสามารถทำลายพื้นผิวยานและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
แม้จะมีทฤษฎีการเดินทางแบบเร็วกว่าแสง (Faster-than-light) ของนักฟิสิกส์ มิเกล อัลคูเบียร์ (Miguel Alcubierre) แต่ก็มีความต้องการพลังงานในระดับที่เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน
ที่สำคัญ หากมนุษย์ต่างดาวมีเทคโนโลยีขั้นสูงระดับนั้น พวกเขาย่อมมีความสามารถในการสร้างทรัพยากรทุกอย่างที่ต้องการได้บนดาวของตนเอง โดยไม่มีความจำเป็นต้องสิ้นเปลืองพลังงานมหาศาลเพื่อเดินทางมายังโลก
3. ชีวมณฑลของโลกที่มีเอกลักษณ์และเป็นพิษต่อผู้มาเยือน
สิ่งมีชีวิตบนโลกมีวิวัฒนาการร่วมกับสภาพแวดล้อมมาอย่างยาวนาน ก๊าซออกซิเจนในบรรยากาศที่เราใช้หายใจนั้น เกิดขึ้นจากการพ่นออกซิเจนของจุลินทรีย์เซลล์เดียวอย่างไซยาโนแบคทีเรียเมื่อ 2.4 พันล้านปีก่อน
สำหรับมนุษย์ ออกซิเจน คือ สิ่งจำเป็น แต่ในทางเคมี ออกซิเจนเป็นก๊าซที่ทำปฏิกิริยาได้ไวและอาจมีฤทธิ์กัดกร่อนหรือเป็นพิษอย่างรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่น
หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริง พวกเขาจำเป็นต้องสวมชุดป้องกันแบบรัดกุมคล้ายกับที่มนุษย์ใส่ชุดอวกาศเมื่อไปเยือนสภาพแวดล้อมที่อันตราย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า รายงานการพบเห็นเอเลี่ยนบนโลกแทบไม่มีการพูดถึงการสวมชุดอวกาศเลย

แล้วเราอยู่ลำพังในจักรวาลหรือไม่?

แม้มนุษย์ต่างดาวอาจจะยังไม่เคยมาเยือนโลก แต่กระบวนการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็ยังดำเนินต่อไป ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบแล้วกว่า 6,200 ดวงใน 4,700 ระบบสุริยะ แม้จะยังไม่พบดวงที่เหมือนโลกทุกประการ แต่ด้วยจำนวนดาวฤกษ์กว่า 1 แสนล้านดวงในกาแล็กซีของเรา ทำให้มีดาวเคราะห์จำนวนมหาศาลที่อาจเอื้อต่อสิ่งมีชีวิต
ในระบบสุริยะของเราเองก็มีสถานที่ที่มีศักยภาพพอจะรองรับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ เช่น ดาวอังคาร ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี รวมถึงเอนเซลาดัสและไททันของดาวเสาร์
องค์กรชั้นนำอย่าง สถาบัน SETI ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และโครงการ Breakthrough Listen ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ยังคงเดินหน้าค้นหาสัญญาณจากอารยธรรมต่างดาวผ่านคลื่นวิทยุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1960
แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่พบอะไร และการค้นหาสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาในช่วงเวลาเพียง 100 ปีของมนุษย์ เทียบกับอายุ 13.8 พันล้านปีของเอกภพนั้นจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

บทความนี้มาจากงานเขียนชื่อ "3 Reasons Aliens Probably Aren't Visiting Us, According to Science" อ้างอิงจากงานวิจัยชื่อ "Searching for Interstellar Communications" ซึ่งเขียนโดยนักฟิสิกส์ จูเซปเป้ โคคโคนี (Giuseppe Cocconi) และฟิลิป มอร์ริสัน (Philip Morrison) เผยแพร่บนวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลก Nature ในปี 1959

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...