โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เท้ง” ปลุกคนกรุงกา “ดร.โจ-ส.ก.ปชน.” ชี้สนาม กทม. คือฝันใหญ่ เปลี่ยนเมืองให้แคร์คน

tvpoolonline.com

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TV Pool

พรรคประชาชน จัดกิจกรรม “เมืองแคร์คน Policy Fest” โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “ประเทศไทยที่เราอยากเห็น กรุงเทพฯ ที่เราอยากให้เป็น” พร้อมเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับท้องถิ่น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตลอดการทำงานตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ฝันให้ใหญ่” แม้บางความฝันอย่างการทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจะยังไม่สำเร็จ แต่หลายเรื่องที่เคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ กลับเกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม และการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ซึ่งปัจจุบันหลายพรรคการเมืองต่างขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

“ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา แม้เราไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร แต่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากกล้าฝัน ลงมือทำจริง และมีประชาชนอยู่เคียงข้าง ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาชนยกตัวอย่างความสำเร็จของการเมืองท้องถิ่นที่พรรคเข้าไปมีบทบาท ทั้งโครงการรถรับ-ส่งนักเรียนของ อบจ.ลำพูน ที่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวรายได้น้อย รวมถึงการขยายเวลาการให้บริการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน จ.ภูเก็ต เพื่อรองรับผู้ปกครองที่ทำงานภาคบริการในช่วงเวลากลางคืน โดยชี้ว่า แม้ใช้งบประมาณไม่มาก แต่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายณัฐพงษ์ ตั้งคำถามถึงคนกรุงเทพฯ ว่า หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีงบประมาณเพียงหลักร้อยล้านบาทยังสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ กรุงเทพมหานครที่มีงบประมาณปีละกว่าแสนล้านบาท จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้มากเพียงใด หากพรรคประชาชนได้รับโอกาสบริหารเมือง

เขาระบุว่า การเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็น “เมืองที่แคร์คน” ไม่อาจอาศัยอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพียงคนเดียว เพราะนอกจากปัญหาพื้นฐานอย่างถนนชำรุด ทางเท้า น้ำท่วมขัง ไฟส่องสว่าง และการจัดเก็บขยะแล้ว ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการจัดการสัมปทานที่ไม่เป็นธรรม ความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณ และระบบราชการที่ขาดประสิทธิภาพ

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า แม้ผู้ว่าฯ กทม. จะมีอำนาจจัดทำงบประมาณรายจ่ายปีละกว่าแสนล้านบาท แต่การอนุมัติงบประมาณยังต้องผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ดังนั้น หากยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองในสภากรุงเทพมหานครได้ ก็ยากที่จะทำให้งบประมาณของเมืองมีความโปร่งใสและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาที่ได้รับฟังจากการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ก. กว่า 20 เขต โดยพบว่าพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากบ่นถึงภาวะเศรษฐกิจซบเซา ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่อดีตผู้ว่าฯ กทม. อย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เคยยอมรับว่ามีอยู่จริง

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หากต้องการให้ระบบราชการกรุงเทพมหานครโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำเป็นต้องมีตัวแทนประชาชนเข้าไปกำกับตรวจสอบ โดยเฉพาะในระดับเขตที่ผู้อำนวยการเขตยังมาจากการแต่งตั้ง ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง

“เป็นเรื่องผิดที่มันกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย คำถามคือ คนกรุงเทพฯ ต้องการให้เป็นแบบนี้จริงหรือไม่ หากอยากเปลี่ยน นี่คือโอกาส” นายณัฐพงษ์ กล่าว

สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนนี้ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่อยากให้ประชาชนมองว่าเป็นเพียงการเลือกพ่อเมืองคนใหม่ แต่เป็นการเลือกผู้นำที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง โดยเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน ทีมบริหารมืออาชีพ และเสียงสนับสนุนในสภากรุงเทพมหานคร

พร้อมระบุว่า นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาชน ยังมีแรงสนับสนุนจาก สส.ของพรรคอีก 119 คน ที่พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ

ทั้งนี้ พรรคประชาชนยังยึดหลักคิดสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การเมืองระดับชาติที่โปร่งใส รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ และการทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคจากไมโครโฟนที่มีปัญหาเสียงไม่ดัง ทำให้นายณัฐพงษ์ต้องเปลี่ยนมาใช้ไมโครโฟนแบบถือ ก่อนกล่าวติดตลกว่า “สายไมค์เปราะบางเหมือนการเมืองไทย อะไรไปสะกิดนิดเดียวคดีก็เข้านะครับ” เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...