แค่ช็อตเดียวในมือถือ? ศาลกัมพูชาสั่งจำคุก 6 ปี 2 ชาวเขมร โพสต์ภาพถ่ายคู่สะพาน "โอรุจิก" ก่อนโดน F-16 ไทย บินถล่ม
สันนิบาตกัมพูชาเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน รายงานบนเวบไซต์เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ว่า นายมีก เทียบ อายุ 33 ปี กับ ฮุน ฮง อายุ 36 ปี ชาวเมืองสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ถูกศาลจังหวัดเสียมราฐ ตัดสินให้มีความผิดและลงโทษจำคุก 6 ปี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามมาตรา 446 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา“เก็บรวบรวมข้อมูลที่อาจเป็นภัยต่อการป้องกันประเทศ” และตามมาตรา 27 ในข้อหาพยายามก่ออาชญากรรม ทั้งสองถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 หลังจากถ่ายภาพสะพาน โอรุจิก ที่เชื่อมจังหวัดเสียมราฐ กับอุดรมีชัย ในเวลาต่อมา สะพานแห่งนี้ถูกเครื่องบิน F-16 ของกองทัพไทยทิ้งระเบิดโจมตีเมื่อ 19 ธันวาคม ทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและโทษจำคุก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ปัจจุบัน ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเสียมราฐ นายอัม ซัม อัธ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ของสันนิบาตกัมพูชาเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน บอก คีรีโพสต์ ว่า ขณะถูกจับกุม ทั้งสองคนมีแค่รูปสะพาน 1 รูปอยู่ในโทรศัพท์เท่านั้น อีกคดีแยกต่างหาก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายเจีย พิรม พ่อค้า วัย 45 ปี ถูกศาลจังหวัดเสียมราฐตั้งข้อหา “ยุยงให้เกิดความไม่สงบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงสาธารณะ” ตามมาตรา 494 และ 495 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หลังจากโพสต์เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาบนเฟซบุ๊ก ผู้ใช้โซเชียลมีเดียและนักเคลื่อนไหวในกัมพูชา ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนคิดเห็น ยังคงตกเป็นเป้าของการจับกุมและดำเนินคดี / จากข้อมูลของสันนิบาตกัมพูชาเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน พบว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงปัจจุบัน มีผู้ถูกจับกุม ดำเนินคดี และตัดสินลงโทษ รวม 109 คน จากการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย หลายคนแสดงความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนกับไทย และประเด็นทางสังคมอื่นๆ อัม ซัม อัท ผู้อำนวยการขององค์กรฯ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และศาลกัมพูชา สำรวจตรวจสอบกฎหมายระดับชาติและระดับนานาชาติอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อแยกแยะความต่างระหว่างการแสดงความคิดเห็น กับการกระทำผิดทางอาญา หากไม่แยกแยะอย่างชัดเจน เสียงวิจารณ์การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น จะเพิ่มมากขึ้น การมีส่วนร่วมด้วยการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ของประชาชน ถือเป็น กระจกสะท้อนในสังคมประชาธิปไตย องค์กรสิทธิมนุษยชนเดียวกัน ระบุก่อนหน้านี้ว่า 2568 เป็น “ปีแห่งความมืดมน” สำหรับเสรีภาพในการแสดงความเห็น สถิติถึงเดือนธันวาคม 2568 มีการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงความเห็น 82 ราย และถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ 76 คน องค์กรฯ ยังเผยแพร่รายงานแยกต่างหาก บันทึกกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการจำกัดเสรีภาพ 215 กรณีตลอดปี 2568 มีประชาชนได้รับผลกระทบ 1 หมื่น 5 พัน 39 คน