‘อเมริกา’ งานหินดวล ‘ปารากวัย’ เจ้าภาพร่วม ‘แคนาดา’ หวัง 3 แต้มชน ‘บอสเนีย’
ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เข้าสู่วันที่สอง หลังเปิดฉากอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยคืนวันที่ 12 มิถุนายน หรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2569
ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่คู่ในช่วง 08.00น. ของเช้าวันที่ 13 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย ณ โซฟี สเตเดียม เจ้าภาพใหญ่ สหรัฐอเมริกา จะลงสนามนัดแรก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี พบ ปารากวัย ตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้ โดยมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือพิธีเปิดที่จะมี "ลิซ่า" ลลิษา มโนบาล ศิลปินไทยชาวไทย ร่วมโชว์ด้วย
สหรัฐอเมริกา ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ฟอร์มอุ่นเครื่อง 5 นัดหลังสุด พ่ายแพ้ไป 3 นัด ชนะ 2 นัด ล่าสุดลงเล่นที่ โซลเยอร์ ฟิลด์ เมืองชิคาโก พ่ายแพ้ให้กับ เยอรมนี 1-2 แม้รูปเกมจะไม่ได้เป็นรอง และสามารถครองบอลได้เหนือกว่าทัพ "อินทรีเหล็ก" ก็ตาม
ขุมกำลังของ สหรัฐฯ ในชุดนี้ นำทัพโดยดาวเตะซูเปอร์สตาร์ อย่าง คริสเตียน ปูลิซิช จากทีมเอซี มิลาน และยังมีอีกหลายคนที่ค้าแข้งอยู่กับทีมในลีกยุโรป อาทิ เวสตัน แม็คเคนนี จากยูเวนตุส, จิโอวานนี เรย์นา จาก โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค, ไทเลอร์ อดัมส์ จากบอร์นมัธ, เบรนเดน อารอนสัน จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด, ทิโมธี เวอาห์ จาก โอลิมปิก มาร์กเซย เป็นต้น โดยนี่ถือเป็นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งที่ 11 ของยอดทีมจากแดนลุงแซม
ส่วน ปารากวัย ของกุนซือ กุสตาโว อัลฟาโร คัมแบ็คกลับมาเล่นเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย อีกครั้ง ในรอบ 16 ปี หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาอกหักในรอบคัดเลือกมา 3 หนติด และผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาคือการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ในปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพ
ผู้เล่นของ ปารากวัย ในชุดนี้ ส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในลีกสูงสุดของบราซิล และอาร์เจนตินา โดยมีบางส่วนที่เล่นอยู่ในลีกใหญ่ของยุโปร อาทิ ดิเอโก โกเมซ จากไบร์ทตันฯ, จูลิโอ เอ็นซิโซ่ จากสตราส์บูร์ก, อันโตนิโอ ซานาเบรีย จากเครโมเนนเซ, โอมาร์ อัลเดเรเต จากซันเดอร์แลนด์ รวมไปถึง มิเกล อัลมิรอน อดีตนักเตะนิวคาสเซิล ที่ปัจจุบันไปเล่นอยู่กับ แอตแลนตา ยูไนเต็ด ในเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐฯ
เกมนี้ดูแล้วค่อนข้างสูสี แม้สหรัฐอเมริกา จะได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองในฐานะเจ้าภาพ และต้องการสามคะแนนเป็นอย่างมากในเกมเปิดหัว แต่บอกเลยว่าคู่แข่งอย่าง ปารากวัย ไม่ใช่งานง่าย เพราะช่วงหลังทีมจากอเมริกาใต้ทีมนี้เล่นได้อย่างรัดกุม และเหนียวแน่น แถมมีทีเด็ดในเกมรุกพอสมควร รูปเกมอาจออกมาไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ และอาจควงแขนเก็บผลเสมอที่สกอร์ 1-1
ส่วนอีกหนึ่งคู่เป็นนัดเปิดสนามของกลุ่ม บี แคนาดา อีกหนึ่งเจ้าภาพร่วม จะลงเล่นที่ บีเอ็มโอ ฟิลด์ เมืองโตรอนโต พบกับ บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีนา แข่งขันในเวลา 02.00น. เช้าตรู่วันที่ 13 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งก่อนเตะจะมีพิธีเปิดอีกหนึ่งสนามเช่นเดียวกัน
แคนาดา ภายใต้การคุมทีมของ เจสซี มาร์สช์ ยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จนตอนนี้ขึ้นมารั้งอันดับ 30 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง เหนือกว่าคู่แข่งนัดเปิดสนาม อย่าง บอสเนียฯ เสียด้วยซ้ำ แถมผลงานการอุ่นเครื่อง 8 เกมหลังสุดไม่แพ้ใคร แม้จะหนักไปทางเสมอก็ตาม
นักเตะของพวกเขาหลายคนค้าแข้งในลีกใหญ่ของยุโรป นำทัพโดย อัลฟองส์ เดวีส์ กัปตันทีมสารพัดประโยชน์ ที่เล่นได้ทั้งฟูลแบ็ค และตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้าย จากสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ในบุนเดสลีกา เยอรมนี เช่นเดียวกับ ไคล์ ลาริน ของเซาแธมป์ตัน, โจนาธาน เดวิด จากยูเวนตุส, อิสมาเอล โคเน จากซาสซูโอโล อาลิสแตร์ โจนส์ จาก มิดเดิลสโบรซ์ หรือ ทาจอน บูชาแนน จาก บียาร์เรอัล
ด้าน บอสเนียฯ ของกุนซือ เซอร์เกจ์ บาร์บาเรซ อดีตกองหน้าในยุคที่ยังเป็นยูโกสลาเวีย ยังนำทัพมาโดย เอดิน เชโก หัวหอกจอมเก๋าที่ปัจจุบันค้าแข้งให้กับ ชาลเก 04 ในลีกเยอรมัน แต่หัวหอกอีกหนึ่งรายที่น่าสนใจ ได้แก่ เออร์เมดิน เดมิโรวิช หัวหอกจากสตุ๊ตการ์ต ที่ช่วงหลังฟอร์มดี โดยผู้เล่นของพวกเขาส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่กับหลายสโมสรในยุโรป และส่วนมากเป็นนักเตะสายเลือดใหม่
ดูแล้วคู่นี้ก็ค่อนข้างสูสี แต่เชื่อในฟอร์มการเล่นช่วงหลังของ แคนาดา ที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆ แถมได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองในฐานะเจ้าภาพ ยิ่งทำให้มีแรงฮึด อาจดีพอเฉือนคู่แข่งไปแบบเฉียดฉิว 1-0