RV Connex จับมือชัยเสรีพัฒนาระบบเรดาร์เคลื่อนที่และระบบบัญชาการควบคุมบนแพลตฟอร์มยานเกราะ
บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด และบริษัท ชัยเสรี เมทัลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ณ งาน Thailand Defence Industry Exhibition (THAIDEF-EX 2026) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมบันทึกภาพในพิธีดังกล่าว
ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำเสนอระบบเรดาร์เคลื่อนที่บนแพลตฟอร์มยานยนต์ยุทธวิธี พร้อมระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control: C2) เพื่อรองรับภารกิจแจ้งเตือนภัยทางอากาศระดับต่ำของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พัน.ปตอ.) และหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบกไทย
โครงการดังกล่าวประกอบด้วยระบบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ แผงควบคุมเรดาร์พร้อมระบบบัญชาการและควบคุม (Radar Control Panel พร้อมระบบ C2) ซึ่งพัฒนาโดย อาร์วี คอนเน็กซ์, ระบบเรดาร์ AESA รุ่น exMHR ที่ผ่านการพิสูจน์ในสนามรบจริงจาก DRS RADA Technologies Ltd., เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และยานยนต์ยุทธวิธีสำหรับติดตั้งระบบ ซึ่งชัยเสรีเป็นผู้จัดหา โดยระบบทั้งหมดได้รับการออกแบบในลักษณะเคลื่อนที่ (Mobile Configuration) ติดตั้งบนรถยนต์ยุทธวิธีเพื่อรองรับการปฏิบัติการภาคสนามอย่างคล่องตัว ระยะเวลาความร่วมมือตามสัญญาอยู่ในช่วงปี 2570–2572
น.อ.กันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับชัยเสรีในครั้งนี้คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยสามารถบูรณาการขีดความสามารถจากภาคเอกชนไทยด้วยกันเองได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่แพลตฟอร์มยานเกราะไปจนถึงระบบบัญชาการ สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นระบบป้องกันประเทศที่ตอบโจทย์การใช้งานของไทย นี่คือความหมายที่แท้จริงของอธิปไตยด้านการป้องกันประเทศ”
นาฏวดี วัฒนกิจ รองประธานฝ่ายนวัตกรรม บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ระบบ C2 ที่เราพัฒนาขึ้นไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์ แต่คือสมองที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเรดาร์และเซนเซอร์ทุกชนิดเข้าสู่ภาพสถานการณ์เดียวกันแบบเรียลไทม์ การที่ระบบนี้ถูกพัฒนาโดยคนไทยและติดตั้งบนแพลตฟอร์มของไทย คือการรับประกันว่าเราสามารถพัฒนา ปรับปรุง และดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งานโดยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ”
การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถของกองทัพไทยด้วยระบบที่ได้รับการออกแบบ บูรณาการ และต่อยอดโดยผู้เชี่ยวชาญไทย
[PR NEWS]