โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช. เปิดบริการดูข้อมูลสุขภาพ ผ่าน ‘LINE OA สปสช.’ นำร่องผู้ป่วยเบาหวาน เริ่ม 1 ก.ค. 69

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สปสช. เปิดบริการดูข้อมูลสุขภาพ ผ่าน ‘LINE OA สปสช.’ นำร่องผู้ป่วยเบาหวาน เริ่ม 1 ก.ค. 69

วันนี้ (1 กรกฎาคม) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้เริ่มให้บริการดูข้อมูลสุขภาพ ผ่าน LINE OA สปสช. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกขึ้น โดยระยะแรกนำร่องในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท และสิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่นก่อน

นพ.จเด็จ กล่าวว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยต้องดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับบริการตามนัด การใช้ยา การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการสังเกตอาการผิดปกติ การที่ผู้ป่วยสามารถดูข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ จะช่วยให้เข้าใจประวัติการรับบริการ เห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในการเจ็บป่วยของตนเองแบบเฉพาะบุคคล และมีข้อมูลประกอบการดูแลตนเองร่วมกับคำแนะนำจากหน่วยบริการและแพทย์ผู้ดูแล

“แนวคิดสำคัญของบริการนี้คือ การคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชน ข้อมูลสุขภาพไม่ควรอยู่เฉพาะในระบบบริการเท่านั้น แต่ควรกลับไปถึงประชาชนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ซึ่งการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมีผลต่อการควบคุมโรคและคุณภาพชีวิตในระยะยาว” นพ.จเด็จ กล่าว

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานใน 2 สิทธิดังกล่าว เมื่อสมัครใช้บริการผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) จะสามารถดูข้อมูลสุขภาพของตนเอง เช่น สรุปข้อมูลการรับบริการ จำนวนครั้งที่รับบริการ รายการยาที่ได้รับ โรคร่วมที่พบ และข้อมูลย้อนหลังที่มีอยู่ในระบบ รวมถึงรับคำแนะนำดูแลตนเองที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน โดยข้อมูลจะปรับปรุงเมื่อมีข้อมูลใหม่ และอยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในส่วนของคำแนะนำด้านสุขภาพ สปสช. ได้เชื่อมโยงกับระบบ Persona Health ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนการส่งต่อความรู้และคำแนะนำด้านสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับข้อมูลสุขภาพของตนเองมากขึ้น เช่น การดูแลอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลเท้า การติดตามอาการ และพฤติกรรมสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลโรคเบาหวาน

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ขั้นตอนการใช้งานสามารถทำได้ผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) โดยเลือกเมนู ‘ดูข้อมูลสุขภาพ’ จากนั้นอ่านและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ตรวจสอบข้อมูลก่อนยืนยันการลงทะเบียน และเมื่อระบบตรวจสอบพบว่าอยู่ในกลุ่มนำร่อง จะสามารถเข้าสู่บริการเพื่อดูข้อมูลสุขภาพของตนเองได้

ทั้งนี้ ในระยะแรก หากประชาชนเป็นผู้ป่วยโรคอื่น หรือเป็นผู้ป่วยเบาหวานแต่ใช้สิทธิรักษาพยาบาลอื่น ระบบจะยังไม่แสดงข้อมูล เนื่องจากบริการนี้อยู่ระหว่างการนำร่องเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานในสิทธิบัตรทอง 30 บาท และสิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่นก่อน โดย สปสช. จะทยอยพัฒนาระบบและขยายข้อมูลเพิ่มเติมในระยะต่อไป

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า หลังจากนำร่องในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน สปสช. มีแผนขยายการคืนข้อมูลสุขภาพไปยังผู้ป่วยโรคเรื้อรังอีก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคไตเรื้อรัง เพื่อให้ประชาชนกลุ่มโรคเรื้อรังสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง และได้รับคำแนะนำที่ช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ระยะต่อไป สปสช. จะขยายความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับผู้ป่วยอย่างเป็นระบบมากขึ้นผ่านหมอพร้อม Super App สอดคล้องกับนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัล รวมทั้งแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ประชาชนสะดวก เช่น เป๋าตัง, ทางรัฐ

“ขอเชิญชวนผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท และสิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่น สมัครใช้บริการผ่าน LINE OA สปสช. เพื่อดูข้อมูลสุขภาพของตนเอง ประวัติการรับบริการ และรับคำแนะนำดูแลเบาหวาน เมื่อมีข้อมูลใหม่ในระบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีข้อมูลประกอบการดูแลสุขภาพของตนเองได้สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น” นพ.จเด็จ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...