9/11จีน? ปักกิ่งเปิดสอบ เครื่องบินเล็กพุ่งชนตึก CITIC ใกล้ “บ้านพักปธน.จีน” อดีต CIA-ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกมองตรงกัน “สี จิ้นผิง” มองข้ามช็อตถึงขั้น “ลอบสังหาร” หลังเครือข่ายป้องภัยอากาศปักกิ่งคุ้มกันเอาไม่อยู่
รอยเตอร์/เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – รัฐบาลท้องถิ่นจีนล่าสุดเปิดสอบสวนเหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนตึก CITTIC ที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งวันศุกร์(26 มิ.ย) สื่อตะวันตกชี้พิกัดเกิดเหตุตั้งห่างไม่กี่กิโลจาก “จงหนานไห่” ศูนย์อำนาจพรรคคอมมิวนิสต์จีน อดีต CIA และผู้เชี่ยวชาญตะวันตกเชื่อประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง มองข้ามช็อตไปถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นลอบสังหาร เหตุการณ์ทำให้พบช่องโหว่เครือข่ายปกป้องภัยทางอากาศเมืองหลวงอย่างไม่น่าเชื่อ
รอยเตอร์รายงานวันนี้(30 มิ.ย)ว่า - เหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนตึก CITTIC วันศุกร์(26)สังหารนักบินและทำให้มีผู้บาดเจ็บไป 13 ราย
รัฐบาลเขตเฉาหยาง(Chaoyang)ออกแถลงการณ์วันเสาร์(27)ว่า ผู้ที่บาดเจ็บได้รับการรักษาและเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนตึกที่เกิดขึ้น
“เครื่องบินเล็กด้านกีฬาเครื่องยนต์เดี่ยวแบบ 2 ที่นั่งได้เฉี่ยวชนกับตึกสูงระฟ้าระหว่างินใกล้ถนนวงแหวนตะวันออกที่ 3 ในเฉาหยางเมื่อเวลา 17.55 น.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย” รายงานจากแถลงการณ์รัฐบาลเขตที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย
แถลงการณ์กล่าวเสริมว่า “มีเพียง 1 คนบนเครื่องที่เป็นนักบินเสียชีวิต” แต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงสาเหตุการชน
สภาพความเสียหายจากด้านนอกตึกสูงระฟ้าอาคาร CITIC สูง 109 ชั้นนั้นมีเพียงแค่รูโหว่จากกระจกขนาดใหญ่ 2 แผ่น และได้มีการซ่อมแซมชั่วคราวปิดรูที่โดนพุ่งชนไว้ในวันเสาร์(27)
ทั้งนี้พบว่าอาคารดังกล่าวห่างจากพระราชวังต้องห้ามจีน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นยังห่างไปแค่ 7 ก.มจาก “จงหนานไห่” (Zhongnanhai) ศูนย์อำนาจพรรคคอมมิวนิสต์จีน และยังเป็นที่พักทางการของประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง
โรงเรียนสอนการบินทั่วประเทศต่างเปิดเผยข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ของฮ่องกงที่รายงานในวันอังคาร(30)ว่า ต่างได้รับคำสั่งห้ามการสอนและอยู่ระหว่างการโดนตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่
สื่อตะวันตกต่างรายงานเหตุการณ์เครื่องบินเล็กชนตึกที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นตอร์ของสหรัฐฯในเมืองนิวยอร์ก ซิตี เมื่อวันที่ 11 ก.ย ปี 2001 นั้นมีนัยยะทางการเมืองในจีนและยังเป็นการเปิดเผยช่องโหว่เครือข่ายปกป้องภัยทางอากาศเมืองหลวงอย่างไม่น่าเชื่อ
เดนนิส วิลเดอร์ (Dennis Wilder) อดีตหัวหน้าการวิเคราะห์แผนกจีนประจำ CIA แสดงความเห็นตามการรายงานของเดลีเทเลกราฟของอังกฤษในวันเสาร์(27)ว่า ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ในทันทีย่อมประเมินไปถึงขั้นร้ายแรงที่สุดเกี่ยวกับสถานการณ์
วิลเดอร์ที่แสดงความเห็นกับไฟแนนเชียลไทม์สกล่าวว่า ผู้นำจีนย่อมที่จะต้องทำทุกสิ่งเพื่อปกปิดการชน
“เขาน่าจะไล่คนที่รับผิดชอบที่ปล่อยให้มีการบินเกิดขึ้นด้วยความตระหนักว่ามันอาจเป็น ‘ผู้ลอบสังหาร’
ด้านหนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮอรัลด์ของออสเตรเลียรายงานวันเสาร์(27) โดยเปิดเผยไปถึงความเห็นของนักวิเคราะห์จีน บิล บิชอป (Bill Bishop) ที่คาดว่า เหตุการณ์นี้เป็นเสมือนช่องโหว่ครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวในระบบความมั่นคงปักกิ่ง
“แค่ไม่กี่วินาทีของการบินและ(เครื่องบิน)สามารถไปถึงจงหนานไห่” เขาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
โชซุน บิซของเกาหลีใต้รายงานวานนี้(29)ว่า บลูมเบิร์กได้รายงานโดยอ้าง เจเรมี ชาน (Jeremy Chan) นักวิเคราะห์อาวุโสประจำธิงแทงก์ Eurasia Group ระบุว่า เหตุเครื่องบินเล็กชนตึก CITIC วันศุกร์(26)นั้นได้แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ของการจัดการน่านฟ้ากรุงปักกิ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีความเข้มงวด
“เจ้าหน้าที่จีนจะต้องใช้ทุกความพยายามในการประเมินว่าเครื่องบินสามารถเจาะน่านฟ้าที่มีความเข้มงวดมากที่สุดในจีนไปได้อย่างไร และมีความเป็นไปได้ของมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นทั้งอากาศยานใช้คนขับและโดรนพร้อมไปกับจัดการลงโทษบรรดาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ”
สื่อเกาหลีใต้ชี้ว่า ในขณะที่นักวิเคราะห์ด้านการทหารสหรัฐฯ เบน ลูอิส (Ben Lewis) ได้เปิดเผยกับนิวสวีตว่า “กรุงปักกิ่งมีเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศที่แน่นหนาที่สุด แต่มันถูกออกแบบให้รับมือภัยคุกคามทางการทหารเป็นต้นว่า เครื่องบินรบขับไล่หรือมิสไซล์ แต่ไม่ได้ปิดกั้นเครื่องบินทั่วไปในพื้นที่อากาศในระดับ
พร้อมกันนี้ยังเสริมว่า “การสกัดเครื่องบินเล็กที่บินในระดับต่ำเหนือเหมือนย่อมจะทำให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรง”
ผู้เชี่ยวชาญการทหารสหรัฐฯกล่าวอีกว่า “คำถามที่แท้จริงก็คือ เครื่องบินทั่วไปเช่นนี้สามารถเข้าสู่น่านฟ้าใจกลางตัวเมืองได้อย่างไร”
ความเห็นของลูอิสสอดคล้องกับ หลี่ เว่ย (Li Wei) ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านก่อการร้ายของจีนประจำธิงแทงก์รัฐบาลปักกิ่ง สถาบันจีนด้านการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยใหม่( China Institutes of Contemporary International Relations)ในรายงานของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ ที่ชี้ว่า มีเวลาน้อยที่จะสามารถตอบโต้ต่อสถานการณ์ในวันศุกร์(26)
พร้อมกับยอมรับว่า เป็นการยากที่จะทราบถึงแรงจูงใจของนักบิน และเป็นการยากที่จะรับมือสำหรับเจ้าหน้าที่ เพราะการยิงเครื่องบินพลเรือนตกในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นนจะทำให้เกิดการตื่นตระหนก ดังนั้นผู้ตัดสินใจจะต้องทำการประเมินความเสี่ยงให้ดี
โชซุน บิซของเกาหลีใต้รายงานว่า ขณะที่ Su Tzu-yun ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการปกป้องไต้หวันและการวิจัยความมั่นคงในกรุงไทเปกล่าวแสดงความเห็นว่า เป็นการยากที่จะตัดแรงจูงใจทางการเมืองในเหตุการณ์นี้ไปได้ แต่ทว่าในชั้นนี้ยังไม่มีสิ่งใดชัดเจนหรือเปิดเผยออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO