คมเฉือนคม!! “ไวกิ้ง” ดวลเดือด “สิงโตคำราม” บอลโลก รอบ 8 ทีม มีตั๋วรอบรองเป็นเดิมพัน
ไม่ต้องสงสัยว่า ไฮไลต์ที่แฟนบอลจับตามองมากที่สุด ในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง นอร์เวย์ กับ อังกฤษ ก็คือการดวลกันของ เออร์ลิง เบราท์ ฮาลันด์ กับ แฮร์รี เคน
ทั้งคู่คือสุดยอดกองหน้าของโลกในปัจจุบัน และมันก็ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งในเวิลด์คัพครั้งนี้ ที่ต่างระเบิดฟอร์ม ทำประตูสำคัญช่วยทีมมาตลอด จนผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
นับถึงตอนนี้ ฮาลันด์ จัดไปแล้ว 7 ประตู ขณะที่ เคน 6 ประตู ไล่บี้ตำแหน่งดาวซัลโวกับ ลิโอเมล เมสซี และ คีลิยัน เอ็มบับเป อย่างเมามัน
แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของเกมคู่นี้ มันยังมีส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมายให้ติดตาม และค้นหา โดยเฉพาะสถิติการพบกัน ที่นี่จะเป็นครั้งแรก ที่ อังกฤษ กับ นอร์เวย์ เจอกันใน "รายการเมเจอร์"
แม้จะเจอกันมา 12 ครั้ง แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นในรอบสุดท้าย เต็มที่คือรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 4 ครั้ง ที่ อังกฤษ ชนะ 1 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และนอร์เวย์ ชนะ 2 ครั้ง แต่ครั้งหลังสุดที่ทั้งคู่เจอกัน ต้องย้อนกลับไปถึงปี 2014 ในเกมอุ่นเครื่อง ที่สิงโตชนะไป 1-0
เกมนี้จึงเหมือนเจอกันครั้งแรก อะไรก็เกิดขึ้นก็ได้ และน่าจะสนุกสนาน ดุเดือด สะใจแฟนบอลเช่นเคย แต่ใครจะผ่านเข้ารอบนั้น ต้องรอดูกันเอง
ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
นอร์เวย์ - อังกฤษ
วันที่: เสาร์ที่ 11 กรกฏาคม 2569 (ตามเวลาสหรัฐ)เวลา: 04.00 น. (คืนวันเสาร์ต่อเช้าวันอาทิตย์)สนาม: ไมอามี สเตเดียม, สหรัฐอเมริกาถ่ายทอดสด: MONOMAX
ทีมชาตินอร์เวย์
"ไวกิ้งส์" นอร์เวย์ ที่กลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี ประเดิมสนามในเกมรอบแรก กลุ่ม I ด้วยการถล่ม อิรัก 4-1 ต่อด้วยเฉือน เซเนกัล 3-2 ทำให้เข้ารอบแล้ว นัดสุดท้ายของรอบแรกจึงพักผู้เล่น และแพ้ต่อฝรั่งเศส 1-4 แต่ก็เข้ารอบในฐานะรองแชมป์ จากนั้น รอบ 32 ทีม เฉือนชนะ ไอวอรีโคสต์ 2-1 ก่อนที่รอบ 16 ทีม จะระเบิดฟอร์ม เอาชนะ "แซมบ้า" บราซิล 2-1 ลิ่วเข้ารอบ 8 ทีมครั้งแรก
สตาเล โซลบัคเคน กุนซือหัวใส ต้องเช็กความฟิต เดวิด โมลเลอร์ โวลเฟ แบ๊กซ้ายตัวจริง ที่เจ็บช่วงท้ายเกมกับ บราซิล ถ้าไม่ไหว เลโอ ออสเตการ์ด จะลงเล่นแทน แต่คนอื่นพร้อมลงสนามหมด และจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบแน่นอน โดยผู้รักษาประตูเป็น ออร์ยาน นีลันด์ ลงเฝ้าเสา หลังโชว์ฟอร์มเซฟมหัศจรรย์หลายครั้งในเกมกับแซมบ้า
แดนหลังส่ง คริสโตเฟอร์ อาเยอร์ กับ ทอร์บียอร์น เฮกเกม ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โดยมี ยูเลียน ไรเยอร์สัน ที่ฟิตเต็มที่แล้ว และ โวลเฟ หรือ ออสเตการ์ด เป็นแบ๊กขวา-ซ้าย ส่วนแดนกลางวาง ซานเดอร์ เบอร์เก กับ พาทริค เบิร์ก คุมเกม แล้วตัวรุกใช้ มาร์ติน โอเดการ์ด, อันโตนิโอ นูซา และอเล็กซานเดอร์ โซลอธ ทำเกมสนับสนุนเออร์ลิง เบราท์ ฮาลันด์ ยอดหัวหอก ที่กดไปแล้ว 7 ลูก
ทีมชาติอังกฤษ
"สิงโตคำราม" อังกฤษ แชมป์โลก 1 สมัย ผ่านรอบแรก ในฐานะแชมป์กลุ่ม L เริ่มต้นด้วยการชนะ โครเอเชีย 4-2 ตามด้วยเสมอ กานา 0-0 และชนะ ปานามา 2-0 ก่อนที่รอบ 32 ทีม จะได้ความยอดเยี่ยมของ แฮร์รี เคน แซงชนะ ดีอาร์ คองโก 2-1 และรอบ 16 ทีม บุกไปชนะ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วม ถึงอัซเตกา 3-2 ผ่านเข้ารอบมาได้แบบระทึกสุดๆ
โธมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมัน จะขาดผู้เล่นหลายคน โดย จาร์เรลล์ ควานซาห์ โดนไล่ออกในเกมกับจังโก้ หมดสิทธิลง เช่นเดียวกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ไปดีใจเกินเหตุจนผ่าตัดข้อมือ อดเล่นทั้งทัวร์นาเมนต์ นอกจากนั้นยังต้องเช็กความฟิต รีซ เจมส์ แบ๊กขวาตัวจริงที่ไม่สมบูรณ์ แต่ที่เหลือพร้อมลงเล่น และ ทูเคิล เตรียมจัดเต็ม โดยมี จอร์แดน พิคฟอร์ด เฝ้าเสา
แดนหลังใช้ มาร์ค เกฮี กับ เอซรี คอนซา เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนแบ๊กขวาต้องส่ง เจด สเปนซ์ ลงเล่น ขณะที่ทางซ้ายยังเป็น นิโก โอไรลีย์ ขณะที่แดนกลาง ดีแคลน ไรซ์ กับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ลงคุมเกมร่วมกันต่อไป โดยเกมรุกมี บูกาโย ซากา, แอนโธนี กอร์ดอน และจูด เบลลิงแฮม ทำเกมสนับสนุนแฮร์รี เคน หัวหอกกัปตันทีม ที่ยิงไปแล้ว 6 ประตู
ความน่าจะเป็นของเกม
นอร์เวย์ อันตรายมาก เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิงประตูได้ทุกนาที แต่ อังกฤษ มีขุมกำลังที่เหนือกว่า ผู้เล่นตัวจริง และสำรอง สลับสับเปลี่ยนกันได้หมด ยกเว้น เคน กับ จูด ที่ขาดไม่ได้ โดยรวมสิงโตดูดีกว่า แต่ไวกิ้งส์มาถึงนาทีนี้ ไม่มีอะไรต้องเสีย ทุกคนในทีมกำลังสนุก พร้อมช่วยกันเล่น และสปิริตสุดยอด จึงไม่มีกลัว และพร้อมเปิดเกมใส่เหมือนที่ทำให้เห็นในเกมกับ บราซิล
ขณะที่กองหลัง อังกฤษ ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แนวรับอังกฤษ ดูทรง ไม่น่าจะเอา ฮาลันด์ อยู่ ทำให้มีสิทธิเสียประตูสูง แต่เกมรุกสิงโตก็อันตรายเช่นกัน เคน พร้อมยิงทุกเมื่อ เบลลิงแฮม ก็เป็นตัวสอดแทรกที่ห้ามละสายตา สรุปแล้ว เกมนี้สูสีสุดๆ และคงบี้กันเดือด แต่ อังกฤษ ตัวสำรองดีกว่า และหลากหลายกว่า โอกาสชนะจึงมากกว่า แต่ก็แค่เฉือนหวุดหวิด
ผลที่คาด
อังกฤษ ชนะ นอร์เวย์ 2-1