อำนาจ OpenAI รวบสู่ ‘เกร็ก บร็อกแมน’ ก่อนลุย IPO ประวัติศาสตร์
OpenAI ปรับทัพใหญ่ ควบรวมอำนาจสู่ ‘เกร็ก บร็อกแมน’ ผู้ร่วมก่อตั้ง นั่งแท่นคุมโปรเจกต์สำคัญและธุรกิจ ChatGPT ทั้งหมด เดินหน้าเตรียมความพร้อมลุย IPO ประวัติศาสตร์
11 ก.ค. 2569 ( CNBC) - ขณะนี้ OpenAI มีผู้กุมบังเหียนเบอร์สองคนใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว โดย เกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ประธานบริษัทและผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ได้เข้ามาเกี่ยวกุมความรับผิดชอบในโครงการที่สำคัญและทำกำไรได้มากที่สุดของบริษัท หลังจากที่ ฟิดจี ซีโม (Fidji Simo) ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาสุขภาพเรื้อรัง
การก้าวลงจากตำแหน่งของ ฟิดจี ซีโม
ซีโม อดีตผู้บริหารจาก Meta และอดีตซีอีโอของ Instacart ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ (Product and Business Chief) ของ OpenAI มาเป็นเวลาประมาณหนึ่งปี
โดยมีบทบาทสำคัญในการวางแนวทางแผนงาน (Road map) ของบริษัทและช่วยขยายขนาดองค์กร
อย่างไรก็ตาม ซีโมซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจเต้นเร็วหลังเปลี่ยนท่า (Postural Orthostatic Tachycardia Syndrome หรือ POTS) มาตั้งแต่ปี 2019 ได้ขอลาป่วยเพื่อรักษาตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายน และได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเธอจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาแบบพาร์ทไทม์แทน
บร็อกแมน ควบตำแหน่งกุมบังเหียนโปรเจกต์ใหญ่
แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามเนื่องจากเป็นข้อมูลรักษาความลับ เปิดเผยว่า บร็อกแมนได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบด้านผลิตภัณฑ์แทนในช่วงที่ซีโมลาป่วย และจะยังคงเป็นผู้นำในส่วนงานเหล่านี้ต่อไป โดยเขาจะทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจผลิตภัณฑ์ ChatGPT ของ OpenAI รวมถึงทีมการตลาด (Go-to-market teams) ทีมดูแลลูกค้าองค์กร (Enterprise teams) และโครงการด้านการประมวลผล (Compute initiatives)
บร็อกแมน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า "ผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกสิ่งที่ฟิดจีได้ทำให้กับ OpenAI และการขับเคลื่อนพันธกิจของเรา รวมถึงโอกาสที่ได้ทำงานร่วมกับเธอในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา"
จากการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า OpenAI ไม่มีแผนที่จะจ้างใครมาทดแทนตำแหน่งของซีโม โดย ซาราห์ ไฟรเออร์ (Sarah Friar) หัวหน้าฝ่ายการเงิน และ เจสัน ควอน (Jason Kwon) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัท จะรายงานตรงต่อซีอีโอ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) เช่นเดิม
ความกดดันครั้งใหญ่ท่ามกลางการเตรียมตัวเข้าสู่ IPO
บร็อกแมนซึ่งรายงานตรงต่อซีอีโอ แซม อัลต์แมน กำลังเผชิญกับความกดดันอย่างหนักในการสร้างรายได้เพื่อพิสูจน์มูลค่าบริษัทที่สูงถึง 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งคาดการณ์กันว่าจะเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งประวัติศาสตร์
มีรายงานว่า OpenAI ได้ยื่นหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้น (Prospectus) แบบลับต่อหน่วยงานกำกับดูแลไปแล้วในเดือนมิถุนายน แต่บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการเปิดตัวสู่สาธารณะ และมีข่าวลือว่าอาจจะเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า
นอกจากนี้ OpenAI ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากคู่แข่งรายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Anthropic, Google และ SpaceX ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) รวมถึงโมเดลแบบ Open-weight ที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน
ข้อมูลจากรายงานของ Sensor Tower ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของ ChatGPT ลดลงต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ OpenAI ต้องรุกทำการตลาดอย่างหนักเพื่อนำเสนอ 'Codex' ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานให้มากขึ้น
พันธมิตรที่เหนียวแน่นของ อัลต์แมน และ บร็อกแมน
บร็อกแมนร่วมก่อตั้ง OpenAI ในปี 2015 ร่วมกับอัลต์แมนและกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ รวมถึง อีลอน มัสก์ โดยเขากับอัลต์แมนถือเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากเหตุการณ์ในปี 2023 ที่อัลต์แมนถูกไล่ออกจากตำแหน่งซีอีโอในช่วงสั้น ๆ บร็อกแมนก็ได้ลาออกจากบริษัททันทีเพื่อแสดงจุดยืนร่วมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับเข้าทำงานที่ OpenAI อีกครั้งในไม่กี่วันต่อมา
โดยในเวลานั้น อัลต์แมน ได้เขียนข้อความในบล็อกโพสต์ว่า "เกร็กและผมเป็นพาร์ทไทม์ (พันธมิตร) ในการบริหารบริษัทนี้ เรายังไม่รู้วิธีที่จะสื่อสารสิ่งนี้ลงในแผนผังองค์กรได้อย่างชัดเจน แต่เราจะทำมัน"
ชนะศึกกฎหมายกับ อีลอน มัสก์
ทั้งบร็อกแมนและอัลต์แมนต่างตกเป็นเป้าสายตาในศึกกฎหมายครั้งสำคัญเมื่อต้นปีนี้ หลังจากที่ อีลอน มัสก์ ได้ยื่นฟ้องบร็อกแมน, อัลต์แมน และ OpenAI โดยกล่าวหาว่าพวกเขาผิดคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะรักษาให้ห้องปฏิบัติการ AI แห่งนี้เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
ในการขึ้นแถลงต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนพฤษภาคม บร็อกแมนได้ให้การถึงช่วงปีแรก ๆ ของการก่อตั้งสตาร์ทอัปนี้ และปฏิเสธคำกล่าวอ้างของมัสก์ โดยเขาถูกซักฟอกอย่างหนักเกี่ยวกับความทะเยอทะยานทางการเงินส่วนตัว ความเข้าใจต่อโครงสร้างองค์กรของ OpenAI และระดับการมีส่วนร่วมของมัสก์ในบริษัท
ท้ายที่สุด มัสก์เป็นฝ่ายแพ้คดีหลังจากคณะลูกขุนที่ปรึกษาระบุว่ามัสก์ปล่อยเวลานานเกินไปก่อนที่จะยื่นฟ้อง ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวได้รับการยอมรับและบังคับใช้โดยผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในทันที
บร็อกแมน ได้กล่าวขณะอยู่บนแท่นพยานในศาลว่า "ผมคิดว่าเทคโนโลยีที่เรากำลังพัฒนานั้นเป็นสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ"
อ้างอิง : www.cnbc.com