โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลอดก.ม.นิรโทษกรรม ล้างโทษคดีการเมืองครั้งใหญ่ ในปวศ.การเมืองไทย

Thai PBS

อัพเดต 3 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีนัดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … หลัง สส. เคยผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้และส่งต่อให้ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) พิจารณาต่อ ซึ่งที่ประชุม สว. มีมติให้แก้ไขบางส่วน จึงทำให้ที่ประชุม สส. ต้องนำร่างกลับมาพิจารณาอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็น “ห้ามนำกฎหมายนี้ไปใช้บังคับกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งรวมถึงผู้กระทำความผิดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี”

ขณะที่พรรคเพื่อไทย แถลงจุดยืนเห็นชอบกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อให้ตัวกฎหมายนี้สามารถประกาศใช้และมีผลบังคับใช้ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับคนที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ผ่าน พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ. … โดยเร็ว ส่วนประเด็นที่ ส.ว.แก้มา มองว่าไม่ได้กระทบกับสิทธิเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะมีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่มีการปรับแก้ที่จะทำให้ไปลิดรอนสิทธิใดๆ

ด้าน “เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน” ออกแถลงการณ์ กรณีรัฐสภาไม่รวมคดี ม.112 แบบเลือกปฏิบัติ ดังนั้นมองว่ากฎหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่การเยียวยาหรือแก้ไขความขัดแย้งของสังคม ในทางตรงกันข้ามการนิรโทษกรรมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และความขัดแย้งของสังคมไทยที่ยิ่งหยั่งลึก พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาดำเนินการใด ๆ เพื่อปล่อยตัวบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ มิใช่การใช้อำนาจของประชาชน เพื่อละทิ้งประชาชน

คลอดกม.นิรโทษกรรม ล้างโทษคดีการเมืองครั้งใหญ่ ในปวศ.การเมืองไทย

รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในขั้นตอนนี้ถือว่า 99.99 % เหลือเพียงขั้นตอนตามปกติในทางรัฐธรรมนูญ เพื่อนำร่างพระราชบัญญัติขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งก็เป็นตามขั้นตอนในมาตรา 137 ในรัฐธรรมนูญ

ร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีเจตนารมณ์ในการนิรโทษกรรมล้างผิดให้คดีความทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่การชุมนุมเพื่อขับไล่ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2548 มาจนถึงการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ในปี 2568 ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ การนิรโทษกรรมที่ไม่รวมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ก่อนจะคลอด ร่างพ.ร.บ. “นิรโทษกรรม”

รศ.ยุทธพร อิสรชัย ยอมรับว่า ในชั้นของการศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในตอนแรกมีลักษณะของการศึกษาเชิงวิชาการ ยังไม่มีร่างกฎหมาย แต่ศึกษาว่าร่างพระราชบัญญัติเพื่อที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมทางการเมือง ..ควรจะกินความแค่ไหนอย่างไร? ..อะไรคือมูลเหตุจูงใจทางการเมือง? …ระยะเวลาควรจะเป็นอย่างไร? ..ฐานความผิดควรจะเป็นอย่างไร? ..มีกลไกในการนิรโทษกรรมอย่างไร?

ต่อมามีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามา 3-4 ฉบับ ท้ายที่สุดร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ “ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข” เป็นร่างหลักที่ร่างโดยสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา

“ต้องบอกว่าร่างที่เสนอเข้ามามีทั้งส่วนที่เหมือนและส่วนที่ต่างจากผลการศึกษา เพราะผลการศึกษาไม่ได้ผูกมัดให้กับสภาต้องเดินตามนั้น ผลการศึกษาเป็นเพียงข้อเสนอแนะให้สภาไปพิจารณา ฉะนั้นสภาจะเอาไปใช้ทั้งหมดก็ได้ หรืออาจจะเอาใช้บางส่วน หรือไม่ใช้เลยก็ได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในร่างรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาก็ปรากฏว่าสภาก็รับเพียงแค่ตัวรายงาน แต่ไม่รับข้อสังเกต”

คลอดกม.นิรโทษกรรม ล้างโทษคดีการเมืองครั้งใหญ่ ในปวศ.การเมืองไทย

เช่นเดียวกันในเรื่องการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเดิมในชั้นของกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายเรียกว่ามาตรา 9/1 แต่ปรากฏว่าพอไปอยู่ในชั้นวุฒิสภากลายเป็นมาตรา 11 ซึ่งเป็นกระบวนการในการร่างกฎหมายสามารถที่จะไปปรับลำดับเลขมาตราต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง เกิดความง่ายต่อการนำไปใช้วินิจฉัยตีความต่อไปในอนาคตก็กลายเป็นมาตรา 11 ซึ่งในมาตรา 11 คือสิ่งที่เป็นหัวใจหลักในการเพิ่มเติมเข้าไปของวุฒิสภา ที่ไม่ครอบคลุมถึงความผิดเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ตั้งแต่ในชั้นของการศึกษาได้มีการไปรวบรวมสถิติคดี ปรากฏว่ามีเป็นหลักล้านคดี เพราะใช้วิธีการรวบรวมแบบกว้าง คือทุกการกระทำความผิดในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งทางการเมืองย้อนไป 20 ปี (ปี 2548 – 2567) ก่อนที่จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีกชุด ทำหน้าที่ในการไปจำแนกข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง โดยจำแนกเป็น 3 กลุ่ม ที่มีมูลเหตุจูงใจโดยตรง โดยทางอ้อม หรือคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนที่กระทำความผิดแคบลงมา เหลือเพียงประมาณ 1,000 - 2,000 คน

หมายความว่า ผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมต้องไม่ใช่เหตุจากการทุจริต ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. เพราะมีสองเงื่อนไขที่จะทำให้ไม่เกี่ยว 1. ไม่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองที่ได้มีการนิยามไว้อยู่ว่า มูลเหตุทางการเมืองต้องเป็นการกระทำที่มีแรงจูงใจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง คือ การพุ่งเป้าไปสู่เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ช่วง 2548 – 2568 2. ในบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติมีการวงเล็บชัดเจนว่า ยกเว้นไม่ให้ไปเกี่ยวข้องถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดเหตุของการทุจริต หรือเรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามต่าง ๆ

คลอดกม.นิรโทษกรรม ล้างโทษคดีการเมืองครั้งใหญ่ ในปวศ.การเมืองไทย

“แต่จะไปเกี่ยวกับการเลือกตั้งในบางช่วง เช่น ความรุนแรงในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เกิดการปะทะของกลุ่มมวลชนสองฝ่ายที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง กับกลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งสำเร็จ”

“ปิดจุดเปราะบาง” ยกเว้นโทษคดี 112

“ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” ถือได้ว่าเป็นการนิรโทษกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีเหตุการณ์ทางการเมืองเกี่ยวข้องจำนวนมากตั้งแต่ปี 2548 -2568 ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์บางอย่างอาจจะผ่านพ้นมาแล้ว แต่เมื่อทุกฝ่ายพูดคุย ยอมรับกติกา กระบวนการจึงสามารถเดินหน้าได้ แต่ในกรณีมาตรา 112 ยังมีประเด็นที่มีความเห็นต่างกันในสังคม ฝั่งหนึ่งมองว่าจะต้องได้รับการนิรโทษกรรม แต่อีกฝั่งหนึ่งบอกว่าไม่ควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม บางฝ่ายก็อาจจะบอกว่าสำหรับเยาวชนนั้นก็มีมาตรการในการดำเนินคดีสำหรับเยาวชนอยู่แล้ว

“ในมาตรา 112 บางมุมก็บอกว่าหากนิรโทษกรรม ต้องเคลียร์ทั้งหมดจึงจะทำให้ความขัดแย้งนั้นหมด เพื่อเดินหน้าไปได้ แต่บางมุมก็มองว่าหากนิรโทษกรรมทั้งหมด อีกฝั่งที่ไม่สนับสนุนอาจจะลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จนนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ฉะนั้นยังเป็นประเด็นที่ต้องมีการพูดคุยกันในสังคมต่อไป เพื่อให้สังคมเกิดการตกผลึกร่วมกันก่อน”

…ถ้าถามว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการมีความเห็นตรงกันในการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดตามมาตรา 112..

“รศ.ยุทธพร” มองว่า ตอบไม่ได้เลยว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับพลวัตทางสังคมว่าจะเป็นไปในทิศทางเช่นไร เฉกเช่นการเกิดร่างนิรโทษกรรมฉบับนี้ ทุกคนก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายที่เคยมีความขัดแย้งกันมานาน 20 ปี ต่างขั้ว ต่างสี ต่างอุดมการณ์ในวันนี้จะมาพูดคุยเพื่อหาข้อยุติกันได้ ดังนั้นเชื่อว่าคดี 112 ในอนาคตก็อาจจะมีประเด็นที่สังคมตกผลึกร่วมกันว่าสังคมควรจะไปในทิศทางไหน

คลอด ก.ม.นิรโทษกรรม ล้างโทษคดีการเมืองครั้งใหญ่ ในปวศ.การเมืองไทย

กฎหมายฉบับนี้กระบวนการเยียวยาจะเป็นการเยียวยาทางสิทธิ์ ไม่ได้เป็นการเยียวยาทางตัวเงิน เช่น เรื่องของการที่จะไปเยียวยาในบางคดี มีหน่วยงานภายนอก หน่วยงานภาคเอกชน ที่มีการฟ้องเพื่อเรียกชดใช้ความเสียหาย และศาลก็มีคำพิพากษาให้ชดใช้ความเสียหาย ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ เรื่องทางแพ่งก็เป็นเรื่องทางแพ่งไป ฉะนั้นหากเป็นเรื่องที่หน่วยงานกับผู้ถูกฟ้องก็ต้องต่อสู้คดีกันไป

“ถ้าคุณโดนริบสิทธิ์ เราคืนสิทธิ์ให้ ด้วยกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น” รศ.ยุทธพร ทิ้งท้าย

อ่านข่าว

ลุ้นโค้งสุดท้าย "กฎหมายนิรโทษกรรม" ปลดล็อก "ผู้ต้องหาคดีการเมือง"

ลุ้นโค้งสุดท้าย "กฎหมายนิรโทษกรรม" ปลดล็อก "ผู้ต้องหาคดีการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ตรวจเข้มน้ำเสียไหลลงอ่างเก็บน้ำดอกกราย เร่งหาสาเหตุ-ดำเนินคดีหากพบผิด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"รุทธพล" ยันย้าย "พงษ์สวาท" ปลัดยุติธรรม ตามวงรอบ ไม่เกี่ยวการเมือง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ศิริกัญญา” มอง 2 ฉากทัศน์ ก่อนศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ย้ำไม่ยุบ กอ.รมน.เหตุต้องใช้เป็นกลไกรัฐประสานกองทัพ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...