ที่นอนดำมาก? ทนายพัฒน์ เตือนเมียหลวงให้ตั้งสติ อันไหนที่ผิดว่ากันไปตามผิดเข้าสู่กระบวนการ เพราะบุคคลอื่นที่เเชร์แบบไม่รู้เรื่องจะมีความผิดไปด้วย
ที่นอนดำมาก? ทนายพัฒน์ เตือนเมียหลวงให้ตั้งสติ อันไหนที่ผิดว่ากันไปตามผิดเข้าสู่กระบวนการ เพราะบุคคลอื่นที่เเชร์แบบไม่รู้เรื่องจะมีความผิดไปด้วย
คลิปเมียหลวงบุกเจอสามีนอนกอดหญิงอื่นสะเทือนโซเชียล ยอดวิวทะลุ 70 ล้าน ก่อนถูกลบ ด้านทนายเตือนอย่าแชร์ต่อ
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังหญิงรายหนึ่งโพสต์คลิปเหตุการณ์ที่อ้างว่าเข้าไปพบสามีของตนกำลังนอนกอดกับหญิงสาวอีกคนภายในห้องพัก โดยระบุว่าทั้งคู่ยังมีทะเบียนสมรสและยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า ทำให้คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว มียอดรับชมกว่า 70 ล้านครั้ง ก่อนจะถูกลบหรือไม่สามารถเข้าชมได้ในเวลาต่อมา
หลังเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล “ทนายพัฒน์” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลายครั้ง โดยระบุว่าจะอธิบายประเด็นในแง่กฎหมายมากกว่าการแสดงความคิดเห็นด้วยอารมณ์ พร้อมเชิญฝ่ายภรรยาติดต่อเข้ามาหากต้องการคำปรึกษาทางกฎหมาย
นอกจากนี้ ทนายพัฒน์ยังเตือนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียว่า ไม่ควรแชร์หรือส่งต่อคลิปที่มีลักษณะลามกอนาจาร เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า หากยังมีทะเบียนสมรสอยู่ บุคคลทั้งสองยังคงมีสถานะเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย จนกว่าจะมีการหย่าหรือการสมรสสิ้นสุดตามกฎหมาย
ขณะที่ ทนายพัฒน์ โพสต์ถึงเรื่องนี้แบบรัวๆ ด้วยว่า “เรื่องเกิดในโรงงาน เรื่องนี้น่าใส่ใจ และใส่ข้อกฎหมายมาก ย้ำ จะไม่ใส่อารมณ์ ”, “ทำไมคนพิมพ์ว่า “ที่นอนดำมาก” พวกพี่ก็เหี้ยมเกิ๊น…”
พร้อมทั้งแคปโพสต์เมียหลวง ที่มาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก ทนายพัฒน์ พร้อมทั้งบอกด้วยว่า “พี่จะรอหนูนะ เพราะคนคงรอใส่ใจข้อกฎหมายเรื่องของหนูเยอะมาก ติดต่อมาได้เลย พี่อยากรู้ว่า มันจริง ๆ ใช่ไหม!!!!!!” พร้อมทั้งเตือนคนในโลกโซเชียลด้วยว่า “ห้ามแชร์หรือส่งต่อคลิปลามกอนาจาร เพราะโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท ตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 ขณะที่มีการอ้างว่า ฝ่ายหญิงมือที่สามบอกฝ่ายชายประกาศโสดแล้ว โสดทั้งคู่นั้น ทนายพัฒน์ก็โพสต์ข้อความด้วยว่า “ตราบใดที่มีทะเบียนสมรสตราบนั้นก็คือเมียหลวงจำไว้…”
ด้านภรรยาผู้โพสต์คลิป ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและความผิดหวัง โดยระบุว่าใช้ชีวิตคู่มาเป็นเวลากว่า 3 ปี และยังไม่ได้หย่าร้าง พร้อมขอให้ผู้ติดตามช่วยเผยแพร่เรื่องราว หลังอ้างว่าบัญชีเฟซบุ๊กของตนอาจถูกลบ
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ติดตามข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปและข้อมูลที่อาจกระทบต่อสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง