เด้งปลัดยธ.เขย่ารัฐบาล ทำลายขวัญขรก. !?
เมืองไทย 360 องศา
ทำท่าจะยุ่งขึ้นมาอีกเรื่อง หลังจากมีการโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จนทำให้เกิดความไม่พอใจ และได้ยื่นใบลาออกจากราชการในที่สุด แม้ว่าในตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร เป็นการโยกย้ายข้าราชการ ที่อ้างว่าดำรงตำแหน่งครบวาระ แต่ดูเหมือนมันมีความไม่ชอบมาพากล ซึ่งอาจเป็นการทำลายขวัญกำลังของข้าราชการ ก็เป็นไปได้เหมือนกัน
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าเมื่อประมาณ 15.00 น. นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ได้มีมติ รับโอนจากปลัดกระทรวงยุติธรรม มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ยื่นใบลาออกจากราชการต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากความไม่พอใจที่ถูกโอนย้ายมาเป็นที่ปรึกษานายกฯ โดยนางพงษ์สวาท ยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอ ให้รับโอน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมให้ดำรงตำแหน่งปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอเรื่องรับโอน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งปฏิบัติราชการ ศอ.บต.ได้เห็นชอบและผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของทั้งสองฝ่าย ได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว
มีรายงานว่า สำหรับนางพงษ์สวาท เคยดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่ในปลายเดือน มิถุนายน 65 ครม.จะมีมติให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ขณะที่ นายปิยะศิริ เคยดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อนที่เดือนมีนาคม 67 ครม.จะมีมติให้มาดำรงตำแหน่ง รอง เลขาธิการ ศอ.บต. และได้เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ในเดือนตุลาคม 68
อย่างไรก็ดี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) (7 ก.ค.) มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอให้รับโอน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นักบริหารระดับสูง) สังกัดศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทนนั้น โดยยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง เนื่องจากนางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี ในวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งต้องมีการปรับย้าย
ถามว่า ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อเป็นปีที่ 5 ได้ ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า สามารถทำงานต่อได้ในส่วนนี้ เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรี ว่าจะต่อหรือไม่ ซึ่งนางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้มายาวนาน จนครบ 4 ปี ยืนยันว่า เป็นการย้ายตามวงรอบ เพราะแต่ละตำแหน่งของข้าราชการโดยทั่วไป แม้กระทั่งตำรวจ เมื่อครบ 4 ปี ก็ต้องย้าย
เมื่อถามว่า กรณีของคนที่มาแทนมีแรงผลักดันทางการเมืองด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่มี เพราะนายปิยะศิริ ก็เคยอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมมาหลายตำแหน่งแล้ว เชื่อว่าจะมีความเข้าใจในเนื้องานพอสมควร และเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าด้วย
ถามว่า กรณีมีการมองว่าการย้าย นางพงษ์สวาทในครั้งนี้ เป็นเหมือนการแช่แข็ง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ที่อื่นก็มีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว ในส่วนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า และไม่ได้เสียสิทธิ์อะไร
แน่นอนว่าการโยกย้ายในกระทรวงยุติธรรมดังกล่าว มองดูเผินๆ เหมือนกับไม่มีอะไร เป็นการโยกย้ายไปตามวาระ ที่อ้างว่าเมื่ออยู่ครบวาระ 4 ปี ก็สมควรถึงเวลาโยกย้าย แต่การที่มีปฏิกิริยาออกมาจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ถูกย้าย “เข้ากรุ” ถึงขั้นยื่นใบลาออกจากราชการก่อนกำหนด ถือว่าไม่ธรรมดา และน่าจับตาไม่น้อย
รวมไปถึงการจับตากันว่า สาเหตุการโยกย้ายที่แท้จริงแล้วมาจากสาเหตุอะไรกันแน่ เพราะฟังจากคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ระบุชัดเจนแล้วว่าสามารถดำเนินการต่ออายุในตำแหน่งเดิมได้อีก 1 ปี จนกว่าเกษียณอายุราชการในปีหน้า แต่กลับเลือกวิธีโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่คือการ “เด้งเข้ากรุ” นั่นเอง ซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรม อาจมองว่าเป็นการ “ไม่ยุติธรรรม” กับตัวเธอ ไม่ต่างกับการ “ลดชั้น” นั่นแหละ
ล่าสุด มีรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งครบดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จริง เนื่องจากไม่ประสงค์ขอรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ อีกทั้งหวั่นว่า จะไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถในงานด้านราชการตามที่ตนเองมี ลักษณะคล้ายไปแขวนให้นั่งตบยุง
ที่ผ่านมาตามปกติแล้วการได้ต่อตั๋วดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม สามารถต่อได้ครั้งละ 1 ปี ไม่เกิน 6 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา มีเพียงกรณีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับการต่ออายุตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ยาวถึง 6 ปี ส่วนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม สมัยก่อนหน้า นางพงษ์สวาท ก็ไม่ได้ต่อตั๋วเช่นเดียวกัน
ต่อมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่า นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้ยื่นลาออกจากราชการด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ตนเองยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า สามารถอนุมัติได้หรือไม่ โดยอ้างว่า มีชื่อถูกยื่นตรวจสอบไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีคดีชั้น14 รพ.ตำรวจ
ดังนั้น กรณีโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมครั้งนี้ ทำให้น่าติดตามขึ้นมาทันที เพราะนี่เป็นการโยกย้ายตำแหน่งระดับซี 11 เป็นผู้บริหารระดับสูง และการที่เมื่อถูกโยกย้ายแล้วยื่นใบลาออก ถือเป็นการแสดงปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความไม่พอใจต่อการถูกโยกย้ายไปแขวน อย่างชัดเจน และเชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีเรื่องราวภายในที่ชวนให้ติดตามอย่างแน่นอน !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO