'พัฒนา' ปรับใหญ่ 16 อนุฯ สปสช. ดึงเอกชนร่วม ตั้งเป้าปี 70 งบต้องสมดุล-รพ.ต้องรอด
8 กรกฎาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า ขณะนี้มีการพิจารณาอนุฯชุดต่าง ๆ ที่มีทั้งหมด 16 อนุกรรมการภายใต้กองทุนบัตรทองซึ่งรายชื่อมีความคืบหน้าใกล้จะแล้วเสร็จซึ่งที่ผ่านมาอาจค่อนไปทางใดทางหนึ่งซึ่งครั้งนี้ไม่ได้อยากให้สวิงมาอีกทางมากเกินไปต้องอยู่กลาง ๆ เพื่อให้สามารถเจรจาและยืนอยู่บนหลักการเชิงวิชาการได้ซึ่งจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีส่วนภาคเอกชนมาร่วมเพื่อให้เกิดความบาลานซ์กัน
ต่อข้อซักถามที่ว่า หากมีหน่วยบริการมาจากเอกชนมาร่วมอาจถูกต้องมองเรื่องประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่นั้น นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ทั้งหมดเชื่อว่ามีความสมเหตุสมผลโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้เข้าประชุมเอง 1 เดือนประชุมถึง 6 ครั้งถือว่าค่อนข้างถี่
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตระบุว่า ปรากฎรายชื่อในอนุกรรมการฯ บางคณะ เช่น อนุกรรมการหลักประกันสุขภาพ กรุงเทพมหานคร (อปสข.) ที่รายชื่อยังเป็นบุคคลเดิมนั้น นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า
โดยหลักการอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ทั้งหมด ยกเว้น อปสข. เนื่องจากประธานฯ แจ้งที่ประชุมว่า ได้ดำเนินการดีมากแล้วและที่ประชุมเห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่กลับเข้ามาใหม่อาจจะเข้ามาร่วมในการพิจารณาและทางกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีส่วนร่วมในกทม.มากนักจึงไม่ได้เข้าไปดูแลตรงนี้ โดยประธาน อปสข. ยังเป็นคนเดิมคือ นพ.วิชัย โชควิวัฒน
ทั้งนี้ สำหรับ อปสข. เป็นอนุกรรมการที่ดูในส่วนของ กทม. โดยตรง ดังนั้น ปลัดสธ.จึงพิจารณาว่า ควรรอให้ผู้ว่าฯ กทม.ท่านใหม่เข้ามาดูอีกครั้งซึ่งก็ได้หารือว่า มีอนุฯ ขึ้นมาเพื่อปรับอนุฯส่วนนี้ ในส่วนของ อปสข.คงจะให้ท่านผู้ว่าฯ เข้ามาดู นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าว
พร้อมย้ำว่า การปรับปรุงอนุฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ อันดับแรกที่จะเกิดขึ้นกับบัตรทอง คือ งบประมาณปี 2570 ต้องสมดุล ไม่ขอเพิ่ม ประการที่สองคือ สุขภาพทางการเงินของ รพ.ต้องแข็งแรงมากขึ้นซึ่งมีการตกลงในรายละเอียดคณะกรรมการชุดใหญ่แล้วว่า งบประมาณที่ได้มาเพิ่มเติมในปีนี้จะมีการจัดสรรเพิ่มเติมให้โรงพยาบาล
คือ งบฯ ผู้ป่วยใน (IP) และงบผู้ป่วยนอก (OP) งบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) โดยกรอบการทำงานทุกอย่างจะต้องมีความรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการประชาชน ตอบสนองกับโรค ไม่วนไปอยู่ในคณะใดเป็นเวลานานและจะมีคณะทำงานจากเสียงข้างนอกร่วมพิจารณาลักษณะ Top down หยิบเข้ามาหารือในชุดใหญ่
สำหรับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ นั้น นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า มี 2 แนวทาง ซึ่งหลาย ๆ เรื่องที่อนุฯ หยิบมาศึกษาสามารถทำได้แต่ในส่วนงานนโยบาย บอร์ดใหญ่ หรือตัวแทนสธ. หรือตนในฐานะประธานบอร์ดสปสช. เมื่อหารือในชุดใหญ่ก็พิจารณาชุดสิทธิประโยชน์ได้โดยเมื่อพิจารณาแล้วจะมอบให้อนุฯที่เกี่ยวข้องศึกษาพิจารณาภายใต้กรอบเวลา ก่อนนำมาเสนอบอร์ดชุดใหญ่ หากเป็นที่น่าพอใจจึงจะประกาศชุดสิทธิประโยชน์ได้โดยพิจารณาตามลำดับความสำคัญ