โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'พิพัฒน์' ประกาศแแผนลงทุน ปี 69-70 จัดเต็ม บก-น้ำ-ราง-อากาศ ครบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ MOT New Chapter ว่า รัฐบาลพร้อมขยายผลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ปี 2569-2570 ครอบคลุมการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปแผนลงทุนทั้งหมดเป็นรูปธรรมในวันที่ 13 กรกฎาคม นี้

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้นำนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายน 2569 มาแปลงเป็นแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่จับต้องได้ หลังจากทำงานมาเกือบครบ 1 ไตรมาสแล้ว และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า ก่อนปรับปรุงเป็นแผนเชิงรุกที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมผลักดันนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดมองไกลไปถึงแผนระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนระยะยาว (10-20 ปี) เพื่อผลักดันโครงการสำคัญและโครงการ Quick Win ในปี 2569 - 2570 โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้ประมวลผลและติดตามความคืบหน้าของทุกแผนงาน และให้เห็นถึงความท้าทายด้านงบประมาณ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีหนี้สาธารณะค่อนข้างสูง หากกระทรวงคมนาคมรอพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โครงการขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีจึงจะสำเร็จ

ดังนั้นการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันคิดต่อยอด เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายให้สำเร็จลุล่วงภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว เช่น โครงการทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) M8 สายนครปฐม-ชะอำ

รวมทั้งโครงการทางพิเศษต่างๆ ของการทางพิเศษแห่งประทศไทย (กทพ.) เช่น โครงการทางพิเศษ ระยะที่ 1 สายกะทู้-ป่าตอง ซึ่งกระบวนการเตรียมการระดมทุน TFF จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ยืนยันว่าการระดมทุนครั้งนี้ไม่ล่าช้าไปกว่าการขอรับงบประมาณปกติที่ต้องใช้เวลาวางแผนล่วงหน้าหลายปีเช่นกัน

หน่วยงานที่เกี่ยงข้องในกระทรวงคมนาคมเข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ MOT New Chapter พร้อมขยายผลโครงการลงทุนขนาใดใหญ่ปี 2569 และปี 2570 ที่ครอบคลุมการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ

อย่างไรก็ตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นเพียง 3 - 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ระดับประเทศและเชื่อมโยงสู่ต่างประเทศ การสัมมนาในครั้งนี้จึงเป็นการนำนโยบายของทุกหน่วยงานมาปฏิบัติอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้การสัมมนาดังกล่าวได้แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มการขนส่งทางบก กลุ่มการขนส่งทางถนน กลุ่มการขนส่งทางราง กลุ่มการขนส่งทางน้ำ และกลุ่มการขนส่งทางอากาศ โดยทั้ง 5 กลุ่ม จะต้องระดมความคิดเห็นให้ครอบคลุมทั้งการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจ

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะ และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่ออนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...