ปปง. ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่ม 12 ล้าน คดีพนันออนไลน์ รวม 182 ล้าน
เช็กบิลระลอก 3! ปปง. สั่งอายัดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่มอีก 12 ล้าน คดีพนันออนไลน์ยอดรวมพุ่ง 182 ล้าน
วันที่ 15 ก.ค.2569 นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย และนายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการ ปปง. ในฐานะโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยที่ประชุมมีมติดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งความผิดมูลฐานอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 2,985 รายการ ใน 58 รายคดี คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,516 ล้านบาท พร้อมมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 72 รายคดี
คดีที่ได้รับความสนใจในการประชุมครั้งนี้คือรายคดีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อบัญชีนายชนนพัฒฐ์และพวก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกยึดและอายัดทรัพย์สินไปแล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 170 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568 และ ย.81/2569) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 และ ฟ 106/2569
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอีก 11 รายการ อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สินค้าแบรนด์เนม ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวเพิ่มเติม ตามคำสั่ง ย.151/2569
อีกหนึ่งรายคดีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน คือกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายภายใต้ชื่อบัญชีนายบุลากรและพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 6 รายการ ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด และเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท (คำสั่ง ย.123/2569)
คดีที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท แม็กซิมเทรดเดอร์ฯ โดยนายนีโอฮับและพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ชักจูงโน้มน้าว จัดสัมมนาแสดงผลตอบแทน เพื่อชักชวนผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุน
ผลการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้กระทำความผิดในประเทศจีน มีพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนกัน และยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินผ่านบุคคลและนิติบุคคลในลักษณะนอมินี คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด 1,135 รายการ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด รวมมูลค่าประมาณ 971 ล้านบาท (คำสั่ง ย.124/2569)
ในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบหนีศุลกากร คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินของนายประดิษฐ์และพวก จากพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4 รายการ เป็นที่ดินและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.134/2569)
นอกเหนือจากการยึดและอายัดทรัพย์สินใหม่ คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวม 11 รายคดี ทรัพย์สิน 145 รายการ มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอเพิกถอนการยึดอายัดของผู้มีส่วนได้เสียไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
คดีที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่
รายคดีนางสาวสิฬิฬินณนีและพวก ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ส่งเรื่องขอให้ริบทรัพย์สิน 2 รายการ มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย.99/2569)
รายคดีนายชวิศร์และพวก ซึ่งมีพฤติการณ์แสดงตนเป็นผู้วิเศษ ชักชวนทำกิจกรรมธรรมะ หลอกให้โอนเงินค่า "ลดกรรม" เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ส่งเรื่องขอริบทรัพย์สิน 14 รายการ มูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย.100/2569)
เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสเกมข้ามชาติ ภายใต้ชื่อบัญชีนายวิศิษฎ์และพวก หลอกลวงผู้เสียหายผ่านโซเชียลมีเดียให้ร่วมลงทุน พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกลุ่มยาเสพติด การพนันออนไลน์ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งเรื่องขอริบทรัพย์สิน 33 รายการ มูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย.105/2569)
ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย รวม 17 รายคดี ทรัพย์สิน 1,135 รายการ มูลค่าประมาณ 285 ล้านบาท ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
คดีเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ รายคดีนายธนวันต์และพวก ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ตี่ลี่ฮวงจุ้ย หลอกขายหินแกะสลักอ้างว่านำเข้าจากจีนและผ่านพิธีปลุกเสก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย 44 ราย จำนวน 105 รายการ มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569)
อีกคดีคือกลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อบัญชีนายสันติธรและพวก ซึ่งมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงประชาชน คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย 32 ราย จำนวน 255 รายการ มูลค่าประมาณ 107 ล้านบาท (คำสั่ง ย.211/2568)