ไลฟ์สดอนาจารเผยแพร่ แชร์ ส่งต่อ มีความผิด เร่งขอข้อมูล Meta ขยายผลดำเนินคดี
จากกรณีช่วงวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนเฟซบุ๊กมีการปล่อยไลฟ์สดคลิปอนาจารนานกว่า 8 ชั่วโมง ก่อนถูก Meta ลบเนื้อหาดังกล่าวออกไป พร้อมกับได้ดำเนินการกับบัญชีที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้
ล่าสุด นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้แถลงหลังประชุมร่วมกับ น.ส.คลาร่า โก๊ะ Director of Public Policy, Central Southeast Asia & ASEAN ของบริษัท Meta, ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ETDA เปิดเผยความคืบหน้าว่า เบื้องต้นตรวจพบบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 บัญชี และได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ บช.สอท. เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) พร้อมทั้งตรวจสอบความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มตามมาตรา 15 ว่ามีการละเลยหรือไม่ในการระงับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหลังได้รับแจ้งเหตุ โดยกระทรวงดีอีได้สั่งให้ Meta ส่งข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลบัญชีต้นทาง ระบบตรวจจับเนื้อหา และมาตรการระงับการเผยแพร่ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
ด้าน CIB รายงานว่า ในวันเกิดเหตุพบการไลฟ์สดลักษณะดังกล่าวถึง 33 บัญชี และพบเพิ่มเติมอีก 2 บัญชีในวันถัดมา รวมเป็น 35 บัญชี โดยบางส่วนเป็นบัญชีอวตารที่ใช้ภาพปลอมหรือภาพบุคคลอื่นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังพบการแนบลิงก์ระหว่างการไลฟ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการฟิชชิงเพื่อหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมีการนำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อในเว็บไซต์ลามก และใช้เป็นช่องทางโฆษณาชักชวนเล่นพนันออนไลน์
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนและขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด โดยยืนยันว่าการเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ขณะที่ บช.สอท. ได้ประสานงานกับ Meta เพื่อขอข้อมูลทางเทคนิคและรูปแบบพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ซึ่งพบว่ามีการใช้วิธีหลบเลี่ยงการตรวจจับ เช่น การปกปิดใบหน้าและการดัดแปลงเนื้อหา
ด้าน นายไชยชนก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดของระบบกำกับดูแลเนื้อหาออนไลน์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรการลบหรือระงับเนื้อหาที่มีกำหนดกรอบเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจไม่ทันต่อความรวดเร็วในการแพร่กระจายของข้อมูลบนโลกออนไลน์ จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของเนื้อหาแต่ละประเภทมากขึ้น พร้อมย้ำว่า การเผยแพร่ แชร์ หรือส่งต่อเนื้อหาลามกอนาจารในระบบคอมพิวเตอร์ถือเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน