โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครือข่ายข่าวกรองของไต้หวันในไทย เปิดโปง “กลุ่มสแกมเมอร์” หลบหนีออกจากไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวสื่อออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่แพลตฟอร์มออนไลน์ของไต้หวัน ระบุว่า เร็วๆ นี้มีเครือข่ายปฏิบัติการข่าวกรองไต้หวันในประเทศไทย ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลหลายสิบคน ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มสแกมเมอร์ เดินทางออกจากประเทศไทย กลับไปยังไต้หวันด้วยเที่ยวบินพาณิชย์ หลังจากที่มีหน่วยงานสังกัดสำนักงานพัฒนาโทรคมนาคม (CDO) ภายใต้กองบัญชาการทหารสูงสุดของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน มีหน้าที่ในการรวบรวมข่าวกรองด้านสัญญาณและวิดีโอ เพื่อตรวจสอบสัญญาณการสื่อสารในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจมาสอดแนมข่าวกรอง และการบริหารจัดการภายใน

สำหรับเครือข่ายนี้ดำเนินการ โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินและทรัพยากรบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ ในการทำกิจกรรมด้านข่าวกรอง การสร้างเครือข่ายการติดต่อ และระบบปฏิบัติการต่างๆในภูมิภาคนี้

“ผู้เปิดเผยข้อมูลเชื่อว่ากลุ่มสแกมเมอร์สร้างขึ้นมาหลายปี สูญเสียเงินทุนไปอย่างมาก และจากเหตุการณ์นี้ การตั้งคำถามว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงและแผนฉุกเฉินหรือไม่ และมีสแกนเมอร์บางคนถูกสอบสวนภายในอย่างเข้มงวด”

สำนักข่าวสื่อออนไลน์ต่างประเทศ ระบุอีกว่า ยังมีการเอ่ยชื่อบุคคลที่ชื่อว่า “เฟิง จื้อเซียง” ที่รับผิดชอบการดำเนินงานในประเทศไทย แต่เขาอยู่ในในไทเปก่อนเกิดเหตุการณ์ และเดินทางไปประเทศไทยในวันรุ่งขึ้นหลังจากเกิดเหตุ ด้วยเที่ยวบินชั้นธุรกิจของสายการบินอีวาแอร์ และกลับมาด้วยเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสในราคาที่แพงมาก จากนั้นเขาใช้เวลาประมาณ 10 วันในประเทศไทยก่อนกลับไต้หวัน และไม่ได้รับการลงโทษใด

นอกจากนี้ยังมีการระบุชื่อ “จ้าว เจียนกัว” พร้อมตั้งคำถามว่า มีการสมรู้ร่วมคิดภายใน และการโยนความผิดหรือไม่ ซึ่งก่อให้เกิดแรงกดดันอย่างมากจากการสอบสวนภายในจากทางการไต้หวัน เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นแพะรับบาป

และเหตุการณ์นี้มีวิดีโอการอพยพเผยแพร่ในยูทูบ @RafiIslam-l9p อัปโหลดวิดีโอ ที่แสดงให้เห็นผู้คนกำลังอพยพออกจากสนามบินและศูนย์กลางการขนส่งอย่างเร่งรีบ(ลิงก์: https://www.youtube.com/watch?v=PE3Gu1agPis)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...