โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดร.ปาริสา อิศรเสนา กนกนาก หลังบ้าน 'ประธานศาลอุทธรณ์' เปิดใจกำไรชีวิตงานจิตอาสา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ก.ย 2565 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 05.20 น.

ดร.ปาริสา อิศรเสนา กนกนาก หลังบ้าน ‘ประธานศาลอุทธรณ์’ เปิดใจกำไรชีวิตงานจิตอาสา

ภายหลังจากที่ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเห็นชอบให้ พศวัจณ์ กนกนาก ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ ในฐานะหลังบ้านตุลาการ ดร.ปาริสา อิศรเสนา กนกนาก ก็ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนสามีมาโดยตลอด

ดร.ปาริสา หรือมีชื่อเล่นว่า น้อง เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น โดยคุณแม่เป็นชาวโตเกียว ปัจจุบันอายุ 59 ปี นับเป็นผู้หญิงเก่งที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก จบชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนเอกมัยอินเตอร์ จากนั้นไปศึกษาต่อระดับไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านจิตวิทยาองค์กร มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต รัฐเพนซิลเวเนีย ปริญญาโทด้านเอ็นบีเอ มหาวิทยาลัยโกลเดนเกต ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ดร.ปาริสา เป็นเวิร์กกิ้งวูเมนที่มีประสบการณ์การทำงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการด้านต่างประเทศ ให้กับ ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งสยามกลการ, งานด้านบุคคลที่หลักทรัพย์ธนสยาม ล่าสุดกับเจ้าของธุรกิจที่ทำร่วมกับเพื่อนเป็นบริษัทตัวแทนการจราจรทางน้ำ จำหน่ายทุ่น อุปกรณ์ทางการทะเล

แม้จะจบการศึกษามาหลายปีแล้ว แต่การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ดร.ปาริสา ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบการศึกษาเมื่อปี 2561

ในฐานะหลังบ้านตุลาการ ดร.ปาริสา ดำรงตำแหน่ง “ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม” ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของชมรมภายใต้กรอบและระเบียบที่กำหนดไว้

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้หญิงเก่งคนนี้ ยังทำงานหลากหลายทั้งการเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว และงานจิตอาสาต่างๆ ด้วย

ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม

ดร.ปาริสา กล่าวว่า ปกติประธานชมรมคู่สมรสฯ จะเป็นตำแหน่งคู่สมรสของประธานศาลฎีกา หากคู่สมรสของประธานศาลฎีกาไม่สะดวกหรือไม่มี ก็จะต้องเป็นคู่สมรสของท่านที่ลำดับอาวุโสถัดลงไปเรื่อยๆ สมัยท่านเมทินี ชโลธร เป็นประธานศาลฎีกา คู่สมรสของท่านไม่สะดวกรับตำแหน่ง และมาสมัยท่านปิยะกุล บุญเพิ่ม เป็นประธานศาลฎีกา ท่านเป็นโสด ดังนั้นตามลำดับอาวุโส ก็เป็นคู่สมรสท่านพศวัจณ์ ดิฉันจึงได้เป็นประธานชมรมคู่สมรสฯ 2 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2565 โดยในฐานะประธานชมรมฯ ได้ดำเนินการภายใต้กรอบและระเบียบที่กำหนดไว้ กิจกรรมหลักเป็นการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ กิจกรรมช่วยเหลือการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขและเกี่ยวเนื่องกับสำนักงานศาลยุติธรรม

“กิจกรรมหลักที่ผ่านมา ช่วง 2563-2565 เป็นช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ค่อนข้างหนัก เราจึงเน้นกิจกรรมในการช่วยเหลือและต้านภัยโควิดเป็นหลัก เช่น ตอนเกิดคลัชเตอร์ติดเชื้อใน จ.สมุทรสาคร ทำให้ต้องปิดเมือง ศาลก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับวิกฤต ชมรมจึงจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของต่างๆ ที่จำเป็น อีกทั้งจัดให้มีการร่วมสนทนาผ่านระบบ Zoom โดยมีท่านประธานศาลฎีกา ท่านเมทินี ชโลธร ณ ขณะนั้นร่วมสนทนา เพื่อส่งความห่วงใยแก่บุคลากรของศาลจากสถานการณ์ดังกล่าว”

“นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2564 เกิดคลัชเตอร์ใหญ่ในเรือนจำทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อเป็นหมื่นคนในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งเกิดโควิดระลอก 3 และมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โรงพยาบาลราชทัณฑ์ขาดอุปกรณ์การแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องใช้อย่างทันท่วงที ชมรมฯ จึงได้ดำเนินโครงการหยิบยื่น แบ่งปัน เพื่อทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อเป็นสื่อกลางรวมใจจากครอบครัวศาลยุติธรรม นักเรียนหลักสูตร บยส และคนไทยทั่วประเทศร่วมกันหยิบยื่นแบ่งปันน้ำใจบริจาคเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ สิ่งของจำเป็นสำหรับดูแลผู้ต้องขังและผู้ติดเชื้อให้แก่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE หน้ากากอนามัย เฟชชิลด์ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ถุงมือแพทย์ เจลแอลกอฮอล์ ซึ่งงานนี้ได้รับการช่วยเหลืออย่างท่วมท้นในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ยอดบริจาคมูลค่าเกือบ 12 ล้านบาท”

“สิ่งที่ดีใจที่สุดคือเราสามารถมอบเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 22 เครื่องให้แก่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ นับเป็นบุญกุศลจริงๆ ซึ่งนี่คืองานจิตอาสา เป็นงานที่ต้องเสียสละ สิ่งที่ได้กลับมาคือความปีติยินดี ความสุขใจ เป็นประสบการณ์ เป็นกำไรชีวิตที่ภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมทำสิ่งที่ดีต่อผู้อื่นและสังคม” ดร.ปาริสากล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี

ผู้พิพากษาสมทบศาลเด็กและเยาวชน

ดร.ปาริสา กล่าวว่า เป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรสงคราม มาเป็นเวลา 3 วาระ ทั้งหมด 9 ปีแล้ว โดยจะย้ายไปที่จ.สมุทรปราการในเร็วๆ นี้ งานนี้เป็นงานที่ตั้งใจทำอย่างมาก เพราะเราเป็นแม่คนด้วยก็มีประสบการณ์ด้านนี้ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นปัญหาครอบครัวแตกแยก แต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว และไม่ได้รับการศึกษาเท่าที่ควร

“เราเน้นการแก้ปัญหาโดยการมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนให้ได้รับการฝึกอบรม สั่งสอนและให้กลับตัวเป็นพลเมืองดียิ่งกว่าการที่จะลงโทษเขา เราจะมีกิจกรรม/โครงต่างๆ มากมาย ที่จะเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนเหล่านี้ อาทิ กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ ให้ครอบครัวได้มารับการฝึกอบรม มาพูดคุยกัน แก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมๆ กับตัวเด็กและเยาวชนของเรา เป็นต้น”

ในฐานะแม่ของลูก 2 คน ที่คนโตทำงานกระทรวงการต่างประเทศ ปัจจุบันประจำอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และคนเล็กเป็นแพทย์ด้านกระดูก ปัจจุบันพำนักอยู่บอสตัน สหรัฐอเมริกา ดร.ปาริสา แนะนำว่า การเลี้ยงลูกนั้น พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนตัวจะเลี้ยงลูกแบบเพื่อน ให้ลูกคุยกับเราได้ทุกอย่าง คุยได้ทุกวัน ทุกเวลา

หลังบ้านประธานศาลอุทธรณ์

นอกจากงานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสียแล้ว ในฐานะหลังบ้านประธานอุทธรณ์ก็เรียกได้ว่า ปฏิบัติอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“เราก็จะซัพพอร์ตท่านพศวัจณ์ไม่ว่าเรื่องอะไร จะสนับสนุนทุกอย่าง เป็นหลังบ้านที่คอยสนับสนุน ดูแลครอบครัว ซึ่งท่านพศวัจณ์เป็นคนมุ่งมั่น พูดจริง ทำจริง ซึ่งก็เป็นความประทับใจมาโดยตลอด”

ไลฟ์สไตล์ยามว่าง

แม้จะปฏิบัติหน้าที่หลากหลาย หากเมื่อไหร่ที่ว่างเว้นจากการทำงาน ดร.ปาริสา จะกลับบ้านไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ ที่ปัจจุบันอายุ 84 ปีแล้ว ก็จะพาท่านทั้งสองไปเดินเล่น ไปทานข้าวด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ก็วางแผนไว้ว่า หากหมดวาระการเป็นประธานชมรมคู่สมรสฯ จะกลับมาฟื้นฟูสกิลการเล่นเปียโนอีกครั้ง ซึ่งเป็นดนตรีที่ชอบและเล่นมาตั้งแต่วัยเยาว์จนจบมหาวิทยาลัย แต่ด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ ทำให้ห่างหายไปนาน

“ก็ตั้งใจว่า จะให้อาจารย์มาสอนอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง”

หากกระนั้น ดร.ปาริสา ยืนยันว่า จะยังคงทำงานด้านจิตอาสาต่อไปเรื่อยๆ

“เพราะเป็นความสุขที่ถือเป็นกำไรชีวิตที่ภาคภูมิใจ” ดร.ปาริสาทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...