โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุดพลุ Digital Trade Connect เชื่อม “อาเซียน” ฟื้นเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ต.ค. 2565 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2565 เวลา 09.21 น.
วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา

“อาเซียน” ภูมิภาคที่เป็นแหล่งเป้าหมายการลงทุนของยักษ์ใหญ่มหาอำนาจเศรษฐกิจทั่วโลก กำลังขับเคลื่อนแผนงานเพื่อไปสู่เป้าหมาย ASEAN Community Goals และ Vision 2025 ในอีก 3 ปี ข้างหน้าหลังฟื้นตัวจากโควิด

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ซึ่งรับไม้ต่อตำแหน่ง ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) จาก อลินทร์ จิรา และเข้าร่วมการประชุม ASEAN-BAC ครั้งที่ 94 ที่เสียมราบ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา

รับไม้สานต่องาน

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า มารับตำแหน่งต่อจากคุณอรินทร์ ที่ทำหน้าที่มาราว 10 ปีได้ และมีผลงานมากมายเป็นที่รู้จักของ ASEAN-BAC ทุกประเทศ โดยตนมารับตำแหน่งในช่วงโควิด ซึ่งประเทศที่เป็นเจ้าภาพ คือ บรูไน จึงจัดประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ตลอดปี จนในปีนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น และประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพจึงจัดประชุมแบบพบหน้ากันครั้งแรกที่เสียมเรียบ

ถือเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ ASEAN-BAC นำเสนอข้อเสนอต่าง ๆ กับรัฐมนตรีทั้ง 10 ประเทศ และได้ขอให้รัฐมนตรีแต่ละประเทศตอบรับแต่ละเรื่องในการประชุมด้วย

“การประชุมครั้งนี้เป็นออนไซต์ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นับจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผมได้ร่วมกับคณะไปกับคุณเวทิต โชควัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาชิก ASEAN-BAC ประเทศไทย คุณดรุษกร วิสุทธิสิน ผู้ช่วยเลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย และคุณกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เพื่อสานต่อการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติงานให้ไปสู่เป้าหมาย ASEAN Community Goals และ Vision 2025”

เศรษฐกิจอาเซียนหลังโควิด

ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องทิศทางเศรษฐกิจในอาเซียนปีนี้ว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย โดยแต่ละประเทศมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น เช่น การไปกัมพูชา ก็แสดงข้อมูลเพียงว่าฉีดวัคซีนไปแล้วกี่เข็มก็สามารถเข้าประเทศได้

“การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ทุกคนมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจอาเซียนดี แต่จะเห็นอุปสรรคในแง่ที่เมื่อความต้องการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมา แต่กิจการหลาย ๆ อย่างฟื้นกลับมาไม่ทัน ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงโควิดสายการบินปิดตัวหยุดกิจการไป พอการประชุมต่าง ๆ กลับมาทำให้มีปัญหาเรื่องไฟลต์บินไม่เพียงพอ เหล่านี้เป็นอุปสรรคที่เห็นทันที”

มั่นใจดูดการลงทุนทั่วโลก

อาเซียนในปีนี้ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการดึงดูดการลงทุนได้ แม้ทั่วโลกกังวลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจถดถอย จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เพื่อชะลอเงินเฟ้อของสหรัฐ หรือกรณีรัสเซีย และยูเครน แต่อาเซียนยังเห็นพ้องกันว่าเราเป็นทางเลือกของนักลงทุนจากทั่วโลก

สิ่งที่สำคัญ คือ การเชื่อมโยงซัพพลายเชนในภูมิภาคที่ดำเนินการมาต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยแต่ละประเทศจะมุ่งเสนอประเด็นที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งและลดอุปสรรคการค้าและการลงทุนเพื่อให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEM อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนให้ดีขึ้น

ยกตัวอย่าง ลาวที่มาร่วมการประชุมก็มองว่าเศรษฐกิจลาวจะฟื้นตัวดีขึ้น หลังมีรถไฟจีน-ลาว ทำให้เกิดการเชื่อมโยงในภูมิภาค การเคลื่อนย้ายคน และแรงงาน ซึ่งไฮไลต์สำคัญที่เอกชนในอาเซียนมอง คือเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล เป็นสิ่งที่ต้องมุ่งขับเคลื่อนต่อ

“เราไม่ได้มองแยกรายประเทศว่า ประเทศไหนจะโดดเด่นอย่างไร แต่จะสร้างความเชื่อมโยง เพื่อสร้างเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไรมากกว่า”

Digital Transform ขับเคลื่อนการค้า

เหตุผลที่การเปลี่ยนผ่านทางด้านดิจิทัล digital transformation เป็นประเด็นหลัก เพราะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 2 ปีที่ผ่านมา การทำการค้า และการลงทุนต่าง ๆ ต้องปรับแนวทางใหม่ ทุกประเทศต่างนำดิจิทัลมาช่วยอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคมากขึ้น

โดยในส่วนประเทศไทยได้นำเสนอเรื่อง digital trade connect การเชื่อมโยงการค้าด้วยระบบดิจิทัล เนื่องจากในช่วงที่มีโควิด หลายประเทศล็อกดาวน์ ทำให้กระบวนการออกเอกสารเรื่องการนำเข้าส่งออกไม่สามารถทำได้ เราจึงพยายามนำระบบออนไลน์มาใช้

แต่ปัญหาในช่วงแรกติดอยู่ที่แต่ละประเทศยังขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน ดังนั้นไทยจึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือ เพื่อริเริ่ม pirot project โดยมีประเทศพันธมิตรอาเซียนเข้าร่วม ประเทศแรก คือ สิงคโปร์ ล่าสุดมีญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้าร่วมด้วย

“เป้าหมาย digital trade connect ไม่วางว่าจะต้องเสร็จทั้งหมดเมื่อไร แต่มองว่าหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะทำให้ความร่วมมีอนี้ขยายวงกว้างขึ้น เพิ่มประเภทเอกสารที่สามารถเชื่อมโยงผ่านระบบดิจิทัลได้มากขึ้น”

แผนส่งเสริมการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศ

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ที่เสนอเรื่อง digital trade connect เพราะมองว่าต่อไปจะเกิดแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสนับสนุนการให้บริการแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ digital และการสร้าง PPP platform ของภาครัฐ-เอกชน การสนับสนุนให้มีแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลแห่งชาติ (national digital trade platform) ในทุกประเทศสมาชิก และดำเนินการพัฒนาควบคู่ทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ อาเซียนยังมีแผนที่จะจัดประชุม 8th AEC Dialogue ขึ้นในวันที่ 5 ต.ค. 2565 โดยเตรียมหารือเรื่อง ASEAN digital และ startup โดยจะนำร่องหารือผ่านช่องทางออนไลน์ก่อน

ประเด็นที่สภาธุรกิจนำเสนอ รมต.เศรษฐกิจอาเซียนในการประชุมรอบนี้ นอกจากสภาธุรกิจจะหารือระหว่างเอกชนแล้ว ยังได้มีการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (54th AEM-ASEAN BAC Consultation) ประธานในที่ประชุมคือ H.E. Mr. Pan Sorasak ซึ่งผู้แทนประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมกันเสนอแนวทางดำเนินงานที่สำคัญ

โดยเฉพาะเรื่อง การสร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาด้านการค้า เช่น การดำเนินงานในกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) การส่งเสริมห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคอาเซียน (regional supply chain) โดยขณะนี้ RCEP อยู่ระหว่างรอสมาชิกคือ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียให้สัตยาบัน เพื่อให้ RCEP มีผลบังคับใช้ครบ 15 ประเทศ

เทรนด์การค้าในอาเซียน

ขณะเดียวกันที่ประชุมได้มีการหารือถึงประเด็นที่เทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคู่ขนานกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาพลังงานสีเขียว (green energy), นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาด้านแรงงานระหว่างกัน

เช่น การพัฒนาทักษะแรงงาน การจัดตั้ง ASEAN JobsIntensification and Livelihood Empowerment (AJILE) ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน แต่ยังเป็นแลกเปลี่ยนและการ up skill ให้กับแรงงานในสาขาต่าง ๆ ระหว่างกันด้วย

“ไทยยินดีรับข้อเสนอและสนับสนุนกิจกรรมของ ASEAN-BAC ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะในด้าน sustainable development เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ green economy ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภูมิภาคในการแข่งขันใน ตลาดโลก

นอกจากนี้ สนับสนุน PPP platform เนื่องจากข้อคิดเห็นของภาคเอกชนจะเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุ ASEAN Community Goals และ Vision 2025 โดยในปีหน้าสภาที่ปรึกษาจะประชุมที่อินโดนีเซีย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...