โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เส้นทางชีวิต ‘นพ.ทวีศิลป์’ วัยเด็กยากลำบาก เลี้ยงหมู สู้ชีวิต สู่ ‘รองปลัด สธ.’

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ส.ค. 2565 เวลา 19.13 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 19.13 น. • The Bangkok Insight

เปิดเส้นทางชีวิต "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" เจอความลำบากมาเยอะ วัยเด็กยากจน เลี้ยงหมู สู้ชีวิต สู่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอจำนวน7 ตำแหน่ง "หมอทวีศิลป์" หรือนายแพทย์ทวีศิลป์วิษณุโยธินผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง อดีตโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือศบค. ผงาดขึ้นดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(รองปลัดสธ.)

สำหรับ "หมอทวีศิลป์" หรือทวีศิลป์วิษณุโยธินมีชื่อเล่นว่า"ศิลป์" เกิดเมื่อวันที่11 มิถุนายน2508 ปัจจุบันอายุ57 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา มีพี่น้องทั้งหมด5 คน เป็นลูกคนที่2 หมอทวีศิลป์แต่งงานกับ พญ.วิไลรัตน์ วิษณุโยธิน ซึ่งพบรักจากการที่ หมอทวีศิลป์ เดินทางไปเรียนจิตแพทย์ที่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ พญ.วิไลรัตน์ ปัจจุบันเป็นกุมารแพทย์ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยมีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อ ธรรศและธนวินท์

นพ.ทวีศิลป์

ย้อนไปเมื่อ 24 มกราคม 2564 เพจ “More ทวีศิลป์” หรือ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ได้โพสต์ระบุว่า “วันหยุดคิดถึงอดีต ช่วงวัยเด็กผมอยู่ในครอบครัวที่ฐานะค่อนข้างยากลำบาก ในครอบครัวเราถ้าพูดถึงความลำบากในทางกาย ผมก็เจอมาเยอะเลย ทั้งต้องตื่นเช้าไปขอน้ำข้าวตามบ้านต่างๆ ในตลาดเทศบาลสองที่โคราช แบกมาใส่รวมกันขึ้นรถเข็นรถสามล้อแล้วเอามาผสมกับรำข้าวต้มให้หมูกิน เพื่อประหยัด คุ้ยขยะเฟอร์นิเจอร์เพื่อหาเศษไม้ดีๆ ไว้ใช้แยก ส่วนที่ไม่ดีก็ทำเป็นฟืนต้มข้าวให้หมูกิน แต่เราก็โชคดีที่ได้ความรักจากพ่อแม่เราที่ได้ดูแลพวกเรามาตลอดมา ในความทุกข์ที่พ่อแม่ไม่มีเงิน แต่มองกลับอีกด้านก็เป็นข้อดีที่ทำให้พ่อแม่ก็อยู่กับเราตลอดเวลา พ่อกับแม่ช่วยกันทำมาหากิน ขายของชำ ขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ และเลี้ยงหมู ท่านก็จะมีเวลาอยู่บ้านและดูแลลูก ได้ทั้งวัน ยังจำได้วันเสาร์อาทิตย์พ่อกะแม่และลูกๆ 5 คน อยู่บ้าน พ่อกะแม่จะทำอาหารให้พวกเรากินกัน ช่วยกันปรุงช่วยกันทำ

อาหารจานโปรดก็มีหลายอย่าง อย่างนึงที่จำได้คือ ส้มตำ ที่นอกจากเส้นมะละกอที่ต้องช่วยกันเฉาะออกจากลูกมะละกอทำเป็นเส้นๆ แล้ว เรายังสนุกกับการปรุงรสส้มตำโดยการใส่พริกขี้หนู ในสูตร 5 ครก 5 คน ลูกคนโต (ทวีศักดิ์) พริกต้อง 5 เม็ด ผมคือ 4 เม็ด หมี (ทวีชัย) 3 เม็ด โชค (ทวีโชค) 2 เม็ด ไล่เรียงไปถึงเหมียวน้องสาวคนสุดท้อง (ระวีวรรณ) เหลือ 1 เม็ด กินกันเผ็ดจนน้ำหูน้ำตาไหล หัวเราะกันสนุกสนานลั่นบ้าน เป็นการฝึกการกินเผ็ดที่อาจแสดงถึงความโตตามวัยกันไปด้วยในความทุกข์เรากลับไม่มองในส่วนของความทุกข์ เรามองย้อนกลับไปแบบซาบซึ้งในความรักที่พ่อแม่มีให้เรา

นพ.ทวีศิลป์

ภาพจำของผมคือ พ่อจะพาลูกๆ เข้านอน ทาน้ำมันหอมๆ ให้ลูกๆ ทุกคน ก่อนนอน ทำให้ได้สัมผัสถึงความรักความห่วงใยแม้เวลาก่อนนอน ทำให้พวกเราหลับอย่างมีความสุข ผมจึงมีภาพจำในวัยเด็กที่จะมีแต่ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันจิตใจผมมาจนถึงทุกวันนี้ วันที่ผมเจอความทุกข์ผมเลือกที่จะบีบความทุกข์ให้เล็กลง ขยายความสุขให้ใหญ่ขึ้น ความสุขเหล่านี้มันเคยมีและยังมีตลอดเวลา ขึ้นกับเราเลือกที่จะทำอย่างไรกับมัน

อยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับหลายๆ ครอบครัวทุกวันนี้ เราอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กันและกัน โดยเฉพาะในครอบครัวของเรานะครับ วันนี้วันอาทิตย์มีเวลาให้กับครอบครัวกันนะครับ ครอบครัวผมเองตั้งแต่ลูกเล็กๆ ในวันหยุด ผมก็จะอยู่บ้านกับครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นสิ่งที่เหมือนเราสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับลูกที่เราต้องมีเวลา ความรัก ความต่อเนื่องและคุณภาพที่ดี คงที่ และสม่ำเสมอ ทำให้ลูกอบอุ่นปลอดภัย ช่วยให้ลูกมีเกราะสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันในจิตใจให้กับลูกนะครับ”

ประวัติการศึกษา

"หมอทวีศิลป์" จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบุญวัฒนา และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเป็นการสอบโควตา หลังจากเรียนจบแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี2532 เริ่มทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา เป็นเวลา2 ปี หลังจากนั้น ก็ได้เข้าเรียนที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และได้เข้าทำงาน ณ ที่ดังกล่าว โดยทำหน้าที่สอนนักศึกษาแพทย์ไปด้วย

จนปี2537 ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อเพิ่มเติมที่ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์แอทชิคาโก ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ทางด้านประสาทจิตเวชศาสตร์ ซึ่งช่วงที่อยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เริ่มทำหน้าที่ตอบคำถามเรื่องจิตเวชผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น รายการล้อมรั้วด้วยรักทางวิทยุINN รายการโทรทัศน์หลายรายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขาเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

นพ.ทวีศิลป์

จนราวปี พ.ศ. 2546 - 2547 มีข้าราชการอาวุโส สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ย้ายมาอยู่กับทางกระทรวงสาธารณสุข เริ่มจากการเป็นโฆษกกรมสุขภาพจิต แล้วขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตและสังคม พร้อมดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์(2552-2556) และผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์(2556-2560)

ประวัติการทำงาน

  • วันที่1 มีนาคม พ.ศ. 2560 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา
  • วันที่30 มีนาคม พ.ศ. 2561 ดำรงตำแหน่ง สาธารณสุขนิเทศก์(นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
  • วันที่26 มีนาคม พ.ศ. 2563 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จัก ในนามโฆษก ศบค.และผู้ที่หยิบชื่อของหมอทวีศิลป์ขึ้นมาเป็นโฆษก ศบค. คือ บิ๊กตู่- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่มองเห็นความสามารถ ศักยภาพ เมื่อเทียบกับหลายชื่อที่ถูกเสนอชื่อเข้ามา
  • วันที่1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข และเป็นแพทย์ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

และล่าสุด30 ส.ค.2565 เมื่อที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ แต่งตั้ง"หมอทวีศิลป์" นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข( รองปลัด สธ.) แทนตำแหน่งที่ว่างลงในปัจจุบัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...