สำนักสงฆ์ยัน พระห่มสบงเดินเรี่ยไรเงินผ้าป่า เป็นมิจฉาชีพ เจอที่ไหนแจ้งจับได้เลย
เจ้าสำนักสงฆ์ อ.ด่านมะขามเตี้ย ยืนยันพระห่มสบงเดินเรี่ยไรในคลิปเป็นมิจฉาชีพ เผยนำชื่อสำนักไปแอบอ้างเรี่ยไร จนต้องเปลี่ยนชื่อหนี เจอที่ไหนแจ้งจับได้ทันที
กรณีโซเชียลแชร์คลิป ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์นำซองเรี่ยไร อ้างว่าเป็นการทอดผ้าป่าหางกฐินสามัคคี ของสำนักสงฆ์ในจ.กาญจนบุรี มาแจกในร้านอาหาร เพื่อขอให้เจ้าของร้านเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า แต่เจ้าของร้านสอบถามถึงที่มาที่ไป จนทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อ้างว่าตนเป็นอดีตตำรวจ โชว์แหวนตำรวจ วิทยุสื่อสาร ให้ดู ก่อนที่จะโต้เถียงกัน ถึงขั้นจะแย่งมือถือเจ้าของร้านที่ถ่ายคลิป ก่อนชายที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ จะเดินออกจากร้านไปนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าของร้านที่เป็นคนถ่ายคลิป ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ภายในคลิปเกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งทางเจ้าของร้านที่เป็นผู้ถ่ายคลิป และนำไปโพสต์ลงใน tiktok เพื่อเตือนภัย และเผยให้เห็นถึงพฤติกรรมของชายดังกล่าว ที่ข่มขู่คุกคาม พยายามจะให้เจ้าของร้านเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าให้ได้ ทั้งที่เจ้าของร้านไม่ยินยอม
นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย มอบหมายให้ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ด่านมะขามเตี้ย พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.จรเข้เผือก ลงพื้นที่สำนักสงฆ์เสียงมนต์แสงธรรม ในพื้นที่หมู่ 2 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงกับ พระมหาชาญ ชาตเมโธ อายุ 70 ปี เจ้าสำนักสงฆ์เสียงมนต์แสงธรรม พร้อมนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปให้เจ้าสำนักสงฆ์ดู
พระมหาชาญ อธิบายว่า สำนักสงฆ์ถ้ำเขาบัวน้อย ที่มีชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์นำชื่อไปใช้เรี่ยไรทอดผ้าป่าหางกฐินสามัคคีนั้น เป็นชื่อเดิมของสำนักสงฆ์เสียงมนต์แสงธรรม แต่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว เนื่องจากในอดีตทางสำนักสงฆ์ถ้ำเขาบัวน้อย มีปัญหาเรื่องของการตระเวนออกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
จนถูกร้องเรียนเข้ามายังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานในพื้นที่ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งตรวจสอบพบว่า อดีตเจ้าสำนักสงฆ์และพระลูกวัดรวมถึงลูกศิษย์ของสำนักสงฆ์ถ้ำเขาบัวน้อย มีพฤติกรรมตระเวนออกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศจริง
และยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอีกหลายอย่าง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานต่างๆ รวมตัวกันขับไล่อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ พร้อมพระลูกวัด และลูกศิษย์กลุ่มดังกล่าวออกไปจากสำนักสงฆ์ เมื่อ 6 ปีก่อน
จากนั้นชาวบ้านในพื้นที่จึงไปกราบนิมนต์ พระมหาชาญ ชาตเมโธ ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ และเปลี่ยนชื่อมาเป็นสำนักสงฆ์เสียงมนต์แสงธรรม จนถึงปัจจุบัน
พระมหาชาญ กล่าวต่อว่า แม้อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ อดีตพระลูกวัด และลูกศิษย์กลุ่มดังกล่าว จะถูกขับไล่ออกจากวัดไปนานแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการนำชื่อสำนักสงฆ์ถ้ำเขาบัวน้อย ไปแอบอ้างตระเวนเรี่ยไรเงินตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอยู่เช่นเดิม ทั้งที่ยกเลิกสำนักสงฆ์ดังกล่าวไปแล้ว
"หากชาวบ้านพบเห็นกลุ่มชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ นำชื่อสำนักสงฆ์ถ้ำเขาบัวน้อย ไปเรี่ยไรอีก ก็มั่นใจได้ว่า เป็นมิจฉาชีพแน่นอน และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ดำเนินคดีทันที เพราะการเรี่ยไรไม่ใช่กิจของสงฆ์ ผิดทั้งพระธรรมวินัยและผิดกฎหมาย ทางสำนักสงฆ์เสียงมนต์แสงธรรมเองเป็นสำนักสงฆ์ที่เน้นการปฏิบัติ ไม่เน้นการหารายได้ ปัจจุบันมีพระจำวัดอยู่เพียง 2 รูปเท่านั้น ยืนยันว่า ไม่ไปเรี่ยไรเงินอย่างแน่นอน" พระมหาชาญ กล่าว