เผยภาพหายาก กลุ่มวาฬเพชรฆาตล่าแมวน้ำแอนตาร์กติกด้วยเทคนิคซับซ้อน
สารคดีดังเผยภาพ-ฟุตเทจ กลุ่มวาฬเพชฌฆาตล่าแมวน้ำในแอนตาร์กติก ด้วยเทคนิค ‘wave-crashing’ สุดหายาก-ซับซ้อน คาดมีวาฬเพชฌฆาตเพียง 100 ตัวทั่วโลกที่ใช้เทคนิคนี้
หลายคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วว่า วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์สุดโหดที่รวมฝูงกันล่า โดยมีวิธีการล่าแตกต่างออกไปตามชนิดของเหยื่อ ล่าสุด ภาพและฟุตเทจจากสารคดี Frozen Planet II ของช่อง BBC เผยให้เห็นเทคนิคสุดหายาก ที่วาฬเพชฌฆาตกลุ่มหนึ่งใช้ล่าแมวน้ำในแอนตาร์กติก
กลุ่มล่านี้ มีวาฬเพชฌฆาตอยู่ 4 ตัวด้วยกัน พวกมันได้ล้อมแมวน้ำเวดเดลล์ (Weddell Seal) สีเทาตัวหนึ่ง ซึ่งหนีขึ้นไปอยู่บนแผ่นน้ำแข็งใหญ่ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ แม้วาฬเพชฌฆาตจะไม่สามารถขึ้นจากน้ำได้ แต่พวกมันก็ไม่ปล่อยเหยื่อไปง่าย ๆ
‘วาฬเพชฌฆาต 4 ตัว เรียงตัวกัน พร้อมดำดิ่งลงไปใต้แผ่นน้ำแข็ง สร้างคลื่นกระแทกจากใต้น้ำ จนแผ่นน้ำแข็งแตกออกเหมือนเศษแก้ว เมื่อรอยแยกมาถึงแมวน้ำเวดเดลล์ มันรีบเคลื่อนตัวไปยังแผ่นน้ำแข็งข้าง ๆ แม้จะเริ่มรับรู้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่แมวน้ำก็ไม่สามารถทำอะไรได้’
‘เหล่าวาฬเพชฌฆาตไม่รอช้า หลังน้ำแข็งแตกออก พวกมันโผล่หัวขึ้นมาเหนือน้ำ สอดส่องตำแหน่งของเป้าหมาย ก่อนจะดันแผ่นน้ำแข็งที่มีแมวน้ำอยู่ไปด้านหน้าเล็กน้อย เรียงตัวกันดำดิ่งลงไปใต้แผ่นน้ำแข็งพร้อมกันอีกครั้ง คราวนี้ พวกมันสร้างคลื่นน้ำกระแทก ที่ซัดเข้าใส่แมวน้ำอย่างแรง จนมันร่วงหล่นลงน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว’
‘เมื่อเหยื่ออยู่ในน้ำ กลุ่มวาฬเพชฌฆาตใช้เทคนิคฟองอากาศล้อมรอบ สร้างความงุนงงให้กับแมวน้ำ ที่ยังคงพยายามตะเกียกตะกายขึ้นไปบนแผ่นน้ำแข็งอีกครั้ง วาฬเพชฌฆาต 4 ตัวรุมล้อมแมวน้ำไว้จากทุกทิศ ในที่สุดการล่าก็จบลง เมื่อแมวน้ำกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน’
สารคดีเผยว่า มีวาฬเพชฌฆาตเพียง 100 กว่าตัวบนโลกเท่านั้น ที่ใช้เทคนิคการล่าแบบ ‘wave-crashing’ ซึ่งมีความซับซ้อนสูง เพราะต้องอาศัยการร่วมมือกันในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อจู่โจมแบบเน้นเป้าหมาย และแม้ว่าเหยื่อจะตัวใหญ่ วาฬเพชฌฆาตก็ไม่หวั่น เพราะก่อนนี้มีรายงานว่า พวกมันรวมฝูงกันล่า วาฬสีน้ำเงิน สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ชมคลิปจากสารคดี (3:09)
https://www.youtube.com/watch?v=XLY_3kYDI_g&feature=youtu.be
ที่มา
https://www.sciencealert.com/dramatic-orca-footage…
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4573730689422009&id=1523107561151019
ขอบคุณภาพจาก: BBC/YouTube via ScienceAlert