โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดคำพูด จนท ธนาคาร หลังฝากเงินไว้ในบัญชีจนธนาคารยุบแต่เบิกไม่ได้ เจอคำตอบสุดพีค

สยามนิวส์

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2565 เวลา 13.28 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เปิดคำพูด จนท ธนาคาร หลังฝากเงินไว้ในบัญชีจนธนาคารยุบแต่เบิกไม่ได้ เจอคำตอบสุดพีค

จากกรณีลูกชายของผู้เสียหายรายหนึ่งว่า แม่ของตนไม่สามารถที่จะถอนเงินจำนวนกว่า 1 หมื่นบาท จากธนาคารนครหลวงไทย สาขาจังหวัดยโสธร ได้เนื่องจากแม่ของตนได้ไปเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินเอาไว้กับธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร เมื่อหลายปีก่อนและไม่เคยฝากเงินเพิ่มหรือถอนเงินที่ฝากเอาไว้แต่อย่างใด จนกระทั่งแม่เดินทางจะไปขอถอนเงินกับธนาคารกับไม่สามารถถอนได้โดยทางธนาคารอ้างว่าไม่มีฐานข้อมูลของแม่ตนแต่อย่างใดจึงไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆ ได้

ล่าสุด นางสำราญ ศักดิ์ศรี อายุ 59 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยนางสำราญฯ ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร เลขบัญชี 591-2-08527-5 มาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งในสมุดบัญชีเงินฝากมียอดเงินคงเหลือ จำนวน 10,606.73 บาท

นางสำราญ ศักดิ์ศรี เล่าว่า ตนได้ไปเปิดบัญชีธนาคารเงินฝากกับธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร เมื่อประมาณต้นปี 2550 พร้อมกับฝากเงินเอาไว้จำนวนกว่า 2 หมื่นบาท จากนั้นก็ไม่ได้ไปฝากเพิ่มหรือถอนเงินออกจากบัญชีแต่อย่างใด เนื่องจากตนลืมไปว่ามีบัญชีของธนาคารนครหลวงไทย จนกระทั่งผ่านไปนานหลายปีและเมื่อประมาณเดือนที่ผ่านมาตนไปค้นเจอสมุดบัญชีธนาคารนครหลวงไทย

อยู่ในบ้านและเห็นว่ามียอดเงินคงเหลืออยู่จึงนำสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปติดต่อกับธนาคารเพื่อจะขอถอนเงินออกแต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าบัญชีดังกล่าวถูกระงับแล้วและไม่มีฐานข้อมูลในระบบแต่อย่างใดจึงไม่สามารถที่จะถอนเงินดังกล่าวได้ เนื่องจากธนาคารนครหลวงไทย ได้ยุบรวมเป็นธนาคารธนชาตแล้วในปัจจุบัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เจาะสมุดบัญชีธนาคารเงินฝากของตนทันที ตนเห็นว่าไม่สามารถถอนเงินได้จึงเดินทางกลับบ้านทันทีและได้โทรศัพท์ไปเล่าให้ลูกชายที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดฟัง ลูกชายจึงได้โทรศัพท์ไปร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนกับทางธนาคารด้วย.

ขอขอบคุณ one31.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...