โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะวิธีสังเกต “โดรน” ความเข้าใจเกี่ยวกับแสง-วัตถุบนท้องฟ้า เพื่อจำแนกได้อย่างถูกต้อง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 03.28 น.
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แนะวิธีการสังเกตแสงและวัตถุที่ปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อจำแนกวัตถุกันได้อย่างถูกต้อง

เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ การสังเกตโดรน และความเข้าใจเกี่ยวกับแสง-วัตถุบนท้องฟ้า

ปัจจุบัน อากาศยานไร้คนขับ หรือ “โดรน” เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ทั่วโลกต่างก็เฝ้าระวังการปรากฏของโดรนอย่างใกล้ชิด ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา เคยเกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนกจากการพบเห็นวัตถุปริศนาจำนวนมากในหลายพื้นที่ของรัฐนิวเจอร์ซีย์และใกล้เคียง

วิธีการสังเกตแสงและวัตถุที่ปรากฏบนท้องฟ้า

แม้ว่าในภายหลังแล้วจะพบว่าในหลายกรณีนั้นเป็นเป็นเพียงการสับสนระหว่างแสงที่ปรากฏเป็นประจำอยู่แล้วก็ตามในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับวิธีการสังเกตแสงและวัตถุที่ปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อจำแนกวัตถุกันได้อย่างถูกต้อง

ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และแสงไฟ

บางครั้งวัตถุปริศนาบนท้องฟ้าก็อาจมีที่มาธรรมดากว่าที่คิด จนเราเผลอมองข้ามไป หนึ่งในความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นบ่อย คือการสับสนระหว่างแหล่งกำเนิดแสงนิ่ง ๆ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ หรือแม้แต่แสงจากเสาไฟถนน สาเหตุหนึ่งมาจากดวงตาของมนุษย์ที่มักกลอกไปมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อแหล่งกำเนิดแสงลอยอยู่สูง ไม่มีสิ่งอ้างอิงใกล้เคียง จึงอาจรู้สึกเหมือนแสงนั้นมีการเคลื่อนที่กลับไปมาคล้ายโดรนได้ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงจากการขยับของศีรษะ ดวงตา หรือกล้องถ่ายภาพที่สั่นไหว อีกทั้งการตั้งค่ากล้องไม่เหมาะสมก็อาจทำให้แสงดูสว่างผิดปกติหรือพร่าไหวได้เช่นกัน หนึ่งในวัตถุที่ทำให้เกิดความสับสนบ่อยที่สุด คือ "ดาวศุกร์" ซึ่งในช่วงที่ปรากฏห่างจากดวงอาทิตย์และมีความสว่างมาก มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวัตถุประหลาดหรือแม้แต่โดรนได้บ่อยครั้ง

วิธีสังเกต: แสงสว่างค่อนข้างคงที่ ไม่เคลื่อนที่เมื่อดูเทียบกับวัตถุบนพื้น

ดาวเทียม

ดาวเทียมมักปรากฏเป็นแสงสว่างค่อนข้างคงที่ เคลื่อนที่ช้าในทิศทางเดียว เนื่องจากสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ จึงสามารถสังเกตได้ในช่วงหลังดวงอาทิตย์ตกหรือก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ขณะที่ในวงโคจรยังได้รับแสงอาทิตย์อยู่ บางครั้งแผงสุริยะของดาวเทียมอาจสะท้อนแสงได้ในมุมพอดี ทำให้เห็นเป็นแสงวาบชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ หรี่ลง และเมื่อเข้าสู่เงามืดของโลก แสงจะจางลง อาจเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนหายไปในที่สุด ดาวเทียมส่วนใหญ่มีความสว่างไม่มากนัก แต่ดาวเทียมขนาดใหญ่ เช่น สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) หรือสถานีอวกาศเทียนกง อาจมีความสว่างสูงจนทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยเข้าใจผิดหรือรู้สึกตื่นตระหนกได้

วิธีสังเกต: แสงสว่างคงที่ เคลื่อนที่อย่างช้า ๆ แต่อาจเร็วกว่าเครื่องบิน และเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงไปในทิศทางเดียว

ดาวตก

ดาวตกคือก้อนหิน อุกกาบาต หรือแม้แต่วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งลุกไหม้ขณะพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลก มีการประมาณว่าในแต่ละวัน มีดาวตกขนาดใหญ่พอที่จะหลงเหลือเป็นก้อนอุกกาบาตตกถึงพื้นโลกประมาณ 17 ลูก อย่างไรก็ตาม ดาวตกส่วนใหญ่จะเผาไหม้หมดก่อนถึงพื้นผิวโลก ส่วนดาวตกที่สว่างพอให้สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นเกิดขึ้นบ่อยกว่ามาก โดยอาจพบได้ตั้งแต่ไม่กี่ลูกต่อชั่วโมง ไปจนถึงหลายร้อยลูกต่อชั่วโมงในช่วงที่เกิดฝนดาวตก ดาวตกจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร็วสูงกว่าทั้งเครื่องบินและดาวเทียม โดยทั่วไปจะปรากฏเพียงเสี้ยววินาที แต่ในบางกรณี ดาวตกที่สว่างมากอาจกลายเป็นลูกไฟและลุกสว่างได้นานหลายวินาที

วิธีสังเกต: จุดสว่างที่ลุกวาบขึ้น และหายไป เคลื่อนที่ข้ามท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว กินเวลาเพียงเสี้ยววินาที จนถึงไม่กี่วินาที

เครื่องบิน

เครื่องบินเป็นหนึ่งในวัตถุที่ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นโดรนได้ง่ายที่สุด วิธีสังเกตเครื่องบินอย่างง่ายคือดูการกระพริบของไฟ อย่างไรก็ตาม หากเครื่องบินบินตรงเข้าหาผู้สังเกต แสงไฟหน้าอาจกลบไฟกระพริบ ทำให้แยกแยะได้ยากขึ้น เครื่องบินพาณิชย์ทุกลำนั้นจะติดไฟนำร่องตามมาตรฐาน ได้แก่ ไฟสีเขียวที่ปีกขวา สีแดงที่ปีกซ้าย และไฟสีขาวด้านหลัง ปกติจะมีการจัดวางไฟในระยะห่างกันพอสมควร จึงสามารถสังเกตรูปแบบได้เมื่ออยู่ในระยะใกล้ แต่หากอยู่ไกล แสงเหล่านี้อาจดูรวมกันเป็นจุดเดียว อีกวิธีในการแยกแยะเครื่องบิน คือสังเกตทิศทางการเคลื่อนที่ที่คงที่และมีแบบแผน โดยเฉพาะเครื่องบินที่ขึ้น-ลงใกล้สนามบิน มักจะเคลื่อนที่ไปในทิศเดียวกันตามรันเวย์และทิศลม ส่วนเครื่องบินที่บินสูงมากจะเคลื่อนที่ดูช้าลง วิธีที่แม่นยำที่สุดในการยืนยันว่าเป็นเครื่องบิน คือการตรวจสอบตำแหน่งและเวลาเปรียบเทียบกับแอปพลิเคชัน เช่น Flightradar24 ซึ่งแสดงข้อมูลเที่ยวบินจริงบนท้องฟ้าแบบเรียลไทม์

วิธีสังเกต: ไฟกระพริบ เคลื่อนที่ช้า ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนทิศทาง ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องบินได้จากการดูตำแหน่งในแอปพลิเคชัน Flightradar24

โดรน

โดรนมักติดไฟสีเขียว แดง และขาว คล้ายเครื่องบิน แต่ตำแหน่งของไฟมักอยู่ใกล้กันเป็นกลุ่ม จึงดูเป็นจุดสว่างกระจุกเดียว โดยเฉพาะเมื่อมองจากระยะไกล แยกไฟแต่ละดวงได้ยาก จุดต่างสำคัญของโดรนคือความสามารถในการบินแบบอิสระ สามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างฉับพลันและไม่เป็นแบบแผน ซึ่งเป็นลักษณะที่ต่างจากเครื่องบินโดยสิ้นเชิง หากโดรนอยู่ใกล้พอ อาจสังเกตเห็นการเคลื่อนที่แบบกระตุกหรือเลี้ยวอย่างรวดเร็ว และมักได้ยินเสียงใบพัดร่วมด้วย

วิธีสังเกต: ไฟสี่ดวงกระจุกใกล้ ๆ กัน มีสีเขียวและแดง อาจลอยอยู่นิ่ง ๆ หรือเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว คาดเดาไม่ได้ หรืออาจได้ยินเสียงใบพัดหากโดรนอยู่ใกล้

วัตถุที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุอีกหลายประเภทที่อาจทำให้ผู้สังเกตเข้าใจผิดว่าเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ หรือวัตถุปริศนาบนท้องฟ้าได้ เช่น โคมลอย ซึ่งจะลอยช้า ๆ ขึ้นไปในอากาศโดยมีแสงสว่างสีส้มอมแดงจากเปลวไฟด้านล่าง และ พลุไฟ ที่มักเกิดการระเบิดเป็นแสงสว่างหลากสีในช่วงเวลาสั้น ๆ รวมถึงมีควันหรือเสียงประกอบ วัตถุเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ทางฟิสิกส์ และเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หากพบเห็นโดยไม่ทันสังเกตลักษณะเฉพาะของมันให้ชัดเจน

สำหรับผีโพง ผีสือ ผีเป้า ผีม้าบ้อง ที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ขณะนี้ ยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏการณ์ดังกล่าวจัดอยู่ในขอบเขตของความเชื่อพื้นบ้าน ซึ่งอาจมีรากฐานจากวัฒนธรรม ประสบการณ์ส่วนบุคคล หรือการถ่ายทอดเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนรองรับถึงการมีอยู่จริงของสิ่งเหล่านี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝูงโดรน "Drone Swarm" ไม่ใช่แค่อาวุธแต่เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะทุกอุตสาหกรรมต้องจับตามอง

ทบ. ยกระดับรับมือภัยคุกคาม “โดรน” หลังพบพยายามบินตรวจการณ์ที่ตั้งทางทหาร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...