โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

4 หุ้นโรงแรมเตรียมรับประโยชน์ คลังงัดมาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวชุดใหม่

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

นอกเหนือจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว การออกมาตรการเพื่อจูงใจให้คนในประเทศเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่รัฐบาลใช้เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ตลอดจนร้านค้า ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ล่าสุดกระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วง Low Season ซึ่งกลุ่มโรงแรมน่าจะได้รับผลบวกจากปัจจัยนี้โดยตรง
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าวหากมาตรการนี้เกิดขึ้นจริง เพราะเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นได้ดี โดยเฉพาะช่วง Low season (ส.ค.-ก.ย. 68) เบื้องต้นคาดว่าจะลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท ซึ่งจะคล้ายกับโครงการ easy E-receipt โดยยังต้องรอรายละเอียดว่าจะใช้แค่เมืองรองอย่างเดียว หรือรวมเมืองหลักด้วย
ทั้งนี่ หากอ้างอิงจากปี 2567 ที่เคยมีโครงการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดามาแล้วที่ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับค่าที่พักและค่ามัคคุเทศน์ แต่ใช้ได้เฉพาะเมืองรอง 55 จังหวัด เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ค.-30 พ.ย. 67 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ในช่วงไตรมาส 2/67-3/67 เติบโตได้ราว 3-6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากลุ่มโรงแรมในประเทศจะได้ประโยชน์ โดยเรียงจากมากไปน้อยคือ ERW, CENTEL, MINT และ SHR โดยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยวเป็น “เท่ากับตลาด” และเลือก CENTEL เป็น Top pick ส่วน ERW จะเป็นหุ้นที่ได้ sentiment เชิงบวกมากที่สุดเพราะมีสัดส่วนโรงแรมในประเทศสูงถึง 88% ของรายได้รวม และครอบคลุมในเมืองรองสูงจาก Hop Inn อีกด้วย
สำหรับปัจจัยพื้นฐานและคำแนะนำการลงทุนของ ERW ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรไตรมาส 2/68 จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จาก Low season ของไทย โดยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ไว้ที่ 772 ล้านบาท ลดลง 17% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวที่มากที่สุดในกลุ่มฯ เนื่องจากจะมีการ Renovate ที่ Grand Hyatt Erawan ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 20% ในไตรมาส 3/68-4/68 ให้คำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.50 บาท
ส่วน MINT ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน จากการฟื้นตัวในทุกประเทศ โดยเฉพาะไทยและยุโรป ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 34 บาท
ขณะที่ CENTEL ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติไตรมาส 2/68 อาจจะเห็นการปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน (เดิมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น) อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 1.67 พันล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้คาดหวังกำไรจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงไตรมาส 4/68 ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 29 บาท
สุดท้าย SHR ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133% จากปีก่อน จากการไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจาก SO Maldives และมีการบริหารค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยดีขึ้น คาดไตรมาส 2/68 จะพลิกกลับมาเป็นขาดทุนจาก Low season และจะพลิกกลับมาเป็นกำไรในไตรมาส 3/68 จากยอด On the book ที่ฟื้นตัวได้ดีทั้งไทยและมัลดีฟส์ ด้าน UK ยังคงเป็นช่วง High season ให้คำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมาย 1.85 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...