โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการจัดอันดับในเกณฑ์สูงสุด พร้อมคว้ารางวัล PLATINUM จากการประเมินด้านความยั่งยืนโดย ECOVADIS

Positioningmag

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 05.42 น. • PR News

เต็ดตรา แพ้คได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนระดับสูงสุดจาก EcoVadis พร้อมคว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติในระดับ Platinum จากการประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก การได้รับเกียรติเช่นนี้บ่งบอกถึงผลงานคุณภาพของระบบบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของบริษัทตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และทำให้เต็ดตรา แพ้คจัดอยู่ในกลุ่ม Top 1% ท่ามกลางบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 130,000 รายที่เข้ารับการประเมิน[1] ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ในการประเมินครั้งนี้ เต็ดตรา แพ้คได้รับคะแนนรวมอยู่ที่ 84 จาก 100 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 10 คะแนน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของเต็ดตรา แพ้คในการผสานความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานทางธุรกิจ ที่มาพร้อมความมุ่งมั่นในการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส[2] ในทั้ง 4 หมวดการประเมินของ EcoVadis อันได้แก่ สิ่งแวดล้อม แรงงานและสิทธิมนุษยชน จริยธรรม และ การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ เต็ดตรา แพ้ค ที่ต้องการทำให้อาหารปลอดภัย มีพร้อมสำหรับการบริโภคในทุก ๆ ที่ทั่วโลก พร้อมไปกับการปกป้องทุกคุณค่า ทั้งอาหาร ผู้คน และโลกของเรา ซึ่งถอดความหมายออกมาได้เป็นแนวทาง 5 มิติที่บูรณาการซึ่งกันและกัน อันประกอบด้วย ระบบอาหาร สภาพภูมิอากาศ ธรรมชาติ การหมุนเวียนทรัพยากร และความยั่งยืนทางสังคม ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังแนวทางความยั่งยืนในทุกส่วนของธุรกิจ โดยเฉพาะในปี 2567 ที่บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน (Sustainability Excellence Team) ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กรทั้งด้านกระบวนการทำงาน ระบบ ข้อมูล และบุคลากร พร้อมไปกับการผสานความยั่งยืนให้รวมอยู่ในการดำเนินงานประจำวันอย่างเต็มที่มากขึ้น


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ คือการที่บริษัทมุ่งมั่นค้นหาปัจจัยและโอกาสที่จะสามารถยกระดับความโปร่งใสและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2567 โครงการ “Join Us in Protecting the Planet” ของ เต็ดตรา แพ้ค ได้ให้การสนับสนุนซัพพลายเออร์ทั้งหมด 29 ราย ในการกำหนดเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ได้รับการรับรองตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based targets) ควบคู่ไปกับการประกาศใช้ “จรรยาบรรณทางธุรกิจสำหรับซัพพลายเออร์” ฉบับใหม่ ซึ่งระบุข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ ผลของการดำเนินงานภายใต้โครงการดังกล่าว ทำให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัตถุดิบที่จัดซื้อได้ลงได้กว่า 15% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 อันเป็นผลจากการปรับปรุงวิธีการจัดสรรปริมาณวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัทกับซัพพลายเออร์ในโครงการดังกล่าว[3]
ลาร์ส ฮอล์มควิสต์ รองประธานกรรมการบริหารของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากความทุ่มเทอย่างจริงจังของบุคลากรทุกคนในเต็ดตรา แพ้ค ที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนร่วมไปกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราตลอดห่วงโซ่คุณค่า การที่เราได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ Platinum จาก EcoVadis ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และความตั้งใจที่จะนำเอาแนวทางด้านความยั่งยืนมาปรับใช้ในทุกมิติของการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานของเรา”
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการจัดอันดับ EcoVadis ของเต็ดตรา แพ้คได้ ที่นี่
[1] บริษัทในกลุ่ม Top 1% ที่ได้รับการประเมินในช่วง 12 เดือนก่อนการประกาศเหรียญรางวัล
2 Ecovadis Platinum Medal | TETRA PAK INTERNATIONAL SA
3 รายงานความยั่งยืนของ แต็ดตรา แพ้ค ประจำปี 2567 https://www.tetrapak.com/content/dam/tetrapak/publicweb/gb/en/sustainability/reporting-and-performance-data/TetraPak_Sustainability_Report_FY24a.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...