โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เกิดขึ้นแล้ว หุ่นยนต์ผ่าตัดถุงน้ำดี อัตราสำเร็จ 100%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 09.03 น.
นักวิจัยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ใช้หุ่นยนต์ SRT-H ทดสอบผ่าตัดถุงน้ำดีสำเร็จในระดับ 100% ไม่มีพลาด

นักวิจัยมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) ในสหรัฐอเมริกา ใช้หุ่นยนต์ทดสอบผ่าตัดถุงน้ำดี (gallbladder) สำเร็จในระดับ 100% ไม่มีพลาด

หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า SRT-H (Surgical Robot Transformer-Hierarchy) มีลักษณะเป็นมือหุ่นยนต์ ที่แต่ละมือจะเป็นอุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แบบ Machine Learning ที่ใช้ใน ChatGPT สามารถเรียนรู้วิธีการผ่าตัดผ่านการดูคลิปวีดีโอ และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง สำหรับให้แพทย์สั่งการระหว่างที่กำลังผ่าตัดอยู่ได้

หุ่นยนต์สามารถตอบสนองต่อคำสั่งเสียงจากการสังเกตของแพทย์ ทำการแก้ไข และเรียนรู้ได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถปรับการเคลื่อนไหวได้เอง หากพบว่าตัวเนื้อเยื่อ ดูแตกต่างจากปกติในระหว่างการผ่าตัด

SRT-H ถูกฝึกมาให้ผ่าตัดเกี่ยวกับถุงน้ำดีในมนุษย์โดยเฉพาะ ในการทดสอบผ่าตัดบนแบบจำลองมนุษย์ที่สมจริง ซึ่งมีการเลียนแบบเนื้อเยื่อที่ใช้บนหุ่นจำลองให้ใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อของมนุษย์ พบว่าตัวหุ่นสามารถผ่าตัดถุงน้ำดีที่มีความผิดปกติ 8 แบบประสบความสำเร็จทั้งหมดถึง 17 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที โดยตัวหุ่นสามารถระบุท่อและหลอดเลือดแดงที่เฉพาะเจาะจง ทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ โดยมีการใช้คลิปและตัดชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยกรรไกรได้อย่างเชี่ยวชาญ

และแม้ว่า SRT-H จะใช้เวลานานกว่ามนุษย์ในการผ่าตัดถุงน้ำดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ก็เทียบเคียงได้กับผู้เชี่ยวชาญที่ปกติจะทำการผ่าตัดแบบนี้โดยเฉพาะ และก่อนหน้านี้หุ่นยนต์ยังมีร้อยละความสำเร็จอยู่ที่ 100% เมื่อทำการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเดียวกันกับอวัยวะของหมู

SRT-H เป็นต้นแบบแรกสุดของเป้าหมายของการสร้าง “ระบบผ่าตัดอัตโนมัติ” ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่ยุ่งยากและคาดเดาไม่ได้ ซึ่ง SRT-H ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำเชิงกลไก

แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและทำความเข้าใจแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีความท้าทายสูง โดยสามารถปรับการทำงานเมื่อจำเป็นเพื่อความสำเร็จ แทนที่จะทำตามสคริปต์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม SRT-H ยังไม่พร้อมที่จะนำมาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นมนุษย์จริง ๆ แต่ทีมงานก็มองว่ามันจะเกิดขึ้นภายในช่วงทศวรรษนี้อย่างแน่นอน

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science Robotics : science.org/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...