โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘วรงค์’ เผยไต่สวนคดีชั้น 14 ซัดแรงพวกคุณใจร้ายมากทำ ‘หมอชนะ’ ร้องไห้

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 01.03 น.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เผยใจผ่านเฟซบุ๊กซัดแรงกลางศาล ปมการไต่สวนแพทย์ในคดีนักโทษชั้น 14 ชี้ “หมอชนะ” ถูกบีบหนักทั้งที่ไม่ใช่ผู้สั่งการ จับพิรุธกระบวนการรักษา–การออกใบรับรองแพทย์–ใบเสร็จค่าห้อง ซัดแรง “พวกคุณใจร้ายมาก”

19 กรกฎาคม 2568 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ใครทำให้หมอชนะร้องไห้” โดยระบุถึงการไต่สวนคดีชั้น 14 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นการไต่สวนแพทย์ทั้งหมด 5 คน แต่ผู้ที่ถูกกดดันมากที่สุดคือ พ.ต.อ.นพ.ชนะ ซึ่งเป็นประสาทศัลยแพทย์ และเป็นแพทย์เจ้าของไข้

ที่น่าสนใจในทีมแพทย์ชุดนี้ มี พล.ต.ท.นพ.โสภณรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และอดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ, พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ และ พ.ต.อ.นพ.ชนะ ซึ่งทุกท่านเป็นประสาทศัลยแพทย์ มีเพียง พล.ต.ต.สามารถ และ พล.ต.ท.สุรพล ที่เป็นแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ โดยภาพรวมการไต่สวน มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่อง

ค่ำคืนวันที่ 22 ส.ค.2566 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 23 ส.ค. นักโทษมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อย ความดันโลหิตสูง ออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ และถูกส่งตัวมายัง รพ.ตำรวจ โดยไม่ได้ผ่านห้องฉุกเฉิน แต่ถูกส่งตรงไปยังชั้น 14 ซึ่งไม่มีคำชี้แจงว่าใครเป็นผู้สั่งการ ฟังจากคำให้การดูเหมือนจะโยนความรับผิดชอบให้ “ศูนย์การส่งต่อผู้ป่วย”

นพ.วรงค์ระบุว่า หากดูจากอาการของนักโทษ ควรต้องเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาเบื้องต้น และปรึกษาแพทย์หัวใจ ไม่ใช่ส่งตรงไปให้หมอผ่าตัดสมองเป็นผู้ดูแล ทั้งที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจขาดเลือด

แพทย์เจ้าของไข้คือ พ.ต.อ.นพ.ชนะ ได้สั่งการรักษาด้วยตนเอง โดยใช้ยาพ่นสำหรับภาวะหายใจเหนื่อย และยาลดความดัน จากนั้นจึงไปปรึกษาแพทย์หัวใจซึ่งเข้ามาดูแลในวันที่ 24 ส.ค. ขณะนั้นอาการของผู้ป่วยทุเลาลงแล้ว

ในช่วงนี้ แพทย์เจ้าของไข้และแพทย์หัวใจให้ข้อมูลตรงกันว่า สามารถส่งตัวกลับไป รพ.ราชทัณฑ์ หรือรักษาที่บ้านได้หากมีออกซิเจน ส่วนชั้น 14 มีการยอมรับว่าเป็น “ห้องพิเศษ” โดยแพทย์บางคนอ้างว่าเป็น “ห้องแยก”

อีกประเด็นที่ นพ.วรงค์ตั้งข้อสังเกตคือ เอกสารทางการแพทย์ที่ส่งมาศาลไม่มี “ใบสั่งการรักษา (order)” แต่มีเพียง “progress note” ซึ่งในทางปฏิบัติควรมีใบ order แนบมาด้วย และใบ order ต้องเขียนรายวัน ขณะที่ progress note สามารถเขียนย้อนหลังได้

มีการซักถามถึงสภาพผู้ป่วยในชั้น 14 ได้รับการยืนยันว่า เห็นลงมานั่งที่โซฟา หรือยืนข้างเตียง ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลจากทีมผู้คุมราชทัณฑ์ที่ระบุว่านักโทษนอนติดเตียงตลอดเวลา

แม้อาการหัวใจขาดเลือดเป็นเหตุผลที่ส่งตัวนักโทษไปรพ. แต่ในเวลาเพียง 2 วันอาการก็ดีขึ้น ส่วนการรักษาที่เหลือมีเพียงผ่าตัดนิ้วล็อค และเอ็นไหล่ขวา ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการอยู่ รพ. โดยไม่พบเหตุผลที่ต้องนอนรักษายาวนาน

ข้อมูลเรื่องใบเสร็จ 26 ใบ แสดงว่ามีค่ายาเพียง 9 ใบ อีก 17 ใบเป็นค่าห้องพิเศษทั้งหมด แพทย์บางคนอ้างว่า ใครก็สามารถออกใบรับรองแพทย์แทนกันได้ แต่กฎกระทรวงราชทัณฑ์ระบุว่า ต้องเป็นแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

อีกประเด็นคือ แพทย์อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์โทรมาสอบถามเป็นระยะว่าอาการดีขึ้นหรือยัง ซึ่งขัดแย้งกับคำชี้แจงของฝ่ายราชทัณฑ์ว่า หากแพทย์ไม่แจ้ง ก็จะยังไม่มารับนักโทษกลับ

นพ.วรงค์สรุปว่า คนที่ถูกกดดันมากที่สุดคือ พ.ต.อ.นพ.ชนะ ทั้งที่เป็นหมอผ่าตัดสมอง แต่ต้องรับผิดชอบผู้ป่วยฉุกเฉินที่น่าจะเป็นโรคหัวใจ ดูจากท่าทางก็เป็นคนซื่อๆ ระหว่างการไต่สวนถึงขั้นร้องไห้ เพราะถูกบีบให้พูดความจริงในหลายจังหวะ

“คนที่ทำให้หมอคนหนึ่ง ต้องร้องไห้กลางศาล คุณใจร้ายมาก ไม่เคยเรียนรู้จากอดีตว่าข้าราชการที่รับใช้นักการเมือง ถึงแม้จะได้ตำแหน่งสูง แต่สุดท้ายก็จบในคุก” นพ.วรงค์กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า “พวกคุณใจร้ายมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...