โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกสมาคมทนายฯ ไม่เห็นด้วยยุบสภาฯ ชี้ประเทศเสียหายหนัก! ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจ-การเมือง

WeR NEWS

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ก สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบ กรณีฮุนเซนปล่อยคลิป ด้วยการขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออกนั้น ว่า “ผมไม่เห็นด้วยที่นายกจะยุบสภาในขณะนี้ เพราะจะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่วนการลาออกก็จะเกิดปัญหาอีกเหมือนกัน ดังนี้ ครับ

กรณีเกิดการยุบสภาจะเกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อยุบสภาจะไม่มีผู้แทนราษฎรทำหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นชอบกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หากยุบสภาจะต้องรอให้มีส.ส.ชุดใหม่มาพิจารณากฎหมายงบประมาณแทน ส.ส.ชุดเดิม อันจะทำให้รัฐบาลไม่มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อใช้สอย โดยเฉพาะรัฐบาลจะไม่สามารถใช้งบลงทุนเพื่อกระตุ้นและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วจะต้องแย่หนักขึ้นไปอีก

ความเสียหายต่อมาเป็นความเสียหายทางการเมือง เมื่อเกิดการยุบสภาจะทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 (2) แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 168 จะให้รัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อก็ตาม แต่การปฏิบัติหน้าที่จะทำได้เฉพาะเรื่องที่จำเป็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (1) – (4) เท่านั้น อันจะทำให้รัฐบาลรักษาการไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะปัญหากับกัมพูชา ซึ่งทวีความตึงเครียดจึงต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนดังกล่าว รัฐบาลรักษาการจะอยู่ในสภาพเป็ดง่อยทำอะไรไม่ได้เต็มที่ ดังนั้น การยุบสภาในขณะนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศเกิดข้อจำกัดมากขึ้น กลายเป็นเข้าทางฮุนเซนและฝ่ายเผด็จการที่ต้องการให้ประชาธิปไตยของประเทศถึงทางตัน

ส่วนการให้นายกลาออกก็จะเกิดปัญหาทางการเมืองเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 บัญญัติให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ เฉพาะผู้ที่พรรคการเมืองเคยเสนอรายชื่อต่อกกต.ไว้เท่านั้น ทำให้พรรคประชาชนไม่มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็เหลือเพียงนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพ ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นมีเสียงรวมกันไม่ถึงครึ่ง เพราะพรรคประชาชนประกาศแล้วว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล จึงทำให้เสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาลได้ การเมืองก็จะถึงทางตัน เมื่อนายกขอโทษประชาชนแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดก็ควรให้นายกปรับคณะรัฐมนตรี สรรหาผู้ที่เหมาะสมมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะปัญหากับกัมพูชาและชายแดนใต้

เมื่องบประมาณผ่านสภาและสถานการณ์ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาคลี่คลายลงแล้วประกอบกับเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นายกก็ควรยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน แต่ก่อนยุบสภาก็ควรร่วมมือกันแก้ไขยกเลิก มาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญเสียก่อน เพื่อให้สามารถหาผู้ที่มีเหมาะสมมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่มีข้อจำกัด ปัญหาของประเทศต้องแก้ไขโดยสติโดยไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...