โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กรมทางหลวงเตรียมทุ่ม 1 พันล้านขยายช่องจราจรถนน 34 ช่วงบางวัวแก้แออัด

77kaoded

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 20.55 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 12.14 น. • 77Kaoded

ฉะเชิงเทรา – กรมทางหลวงเตรียมทุ่มงบ 1 พันล้านบาทปรับขยายถนนสาย 34 เทพรัตน (บางนา-ตราด) ช่วงตอนทางเชื่อมถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 แยกบางควายไปยังจุดตัดต่างระดับคลองอ้อม จาก 10 ช่องจราจรเป็น 12 ช่องจราจรพร้อมสร้างสะพานกลับรถแก้ปัญหาการจราจรแออัดในช่วง ชม.เร่งด่วน หลังเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาค ปชช.วันนี้ เหตุพื้นที่โครงการเฉียดใกล้โบราณสถานวัดหลวงพ่อดิ่ง 400 เมตร

จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น
จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น

วันที่ 23 มิ.ย.68 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณภายในหอประชุม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สำนักแผนงานกรมทางหลวงพร้อมด้วยบริษัทเอ็นแคดคอนซัลแตนท์จำกัด ที่ปรึกษาโครงการและดำเนินการจัดการประชุมเพื่อหารือแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางหลวงหมายเลข 34 เทพรัตน (บางนา-ตราด) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างขยายเส้นทางรวม 18 หมู่บ้านใน 3 ตำบลที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากกึ่งกลางโครงการ คือ ต.บางสมัคร ต.บางวัว และ ต.บางปะกง

พื้นที่ขยายโครงการ
พื้นที่ขยายโครงการ

หลังจากทางกรมทางหลวงได้มีโครงการปรับปรุงขยายถนนเพิ่มช่องจราจร เพื่อลดปัญหาความแออัดด้านการจราจรบนถนนสาย 34 ช่วงตอนบางวัว จากบริเวณทางเชื่อมถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 (แยกบางควาย) กม.39+200 ไปยังจุดตัดต่างระดับคลองอ้อมถนนสาย 314 กม.ที่ 46+075 จาก 10 ช่องจราจรเป็น 12 ช่องจราจรรวมระยะทาง 6.875 กม.พร้อมโครงการปรับปรุงสภาพผิวการจราจรและสร้างสะพานกลับรถ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นในช่วง ชม.เร่งด่วน โดยมีตัวแทนชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชนและ อปท.ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมจำนวนกว่า 80 คน

เฉียดวัดหลวงพ่อดิ่ง
เฉียดวัดหลวงพ่อดิ่ง

ซึ่งการดำเนินงานนั้นนายทศพร พยูรวงศ์ รอง ผอ.แขวงทางหลวงฉะเชิงเทราฝ่ายวิศวกรรม และนายวสันต์ พรหมบุญ หัวหน้าหมวดทางหลวงบางปะกง ได้ให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่มีประชากรหนาแน่นและมีโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการตั้งอยู่ริมถนนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดความแออัดด้านการจราจรในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งในแต่ละวันจะมียานพาหนะผ่านเส้นทางเฉลี่ยมากถึง 102,462 คันต่อวันตลอดทั้งปี (2566) และส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีมากถึงกว่าร้อยละ 55.25

ผู้เข้าร่วมประชุมรับฟังความเห็น
ผู้เข้าร่วมประชุมรับฟังความเห็น

กรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายช่องการจราจรด้านฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปยัง จ.ชลบุรี จากในช่องทางหลัก 2 ช่องจราจรเป็น 3 ช่องจราจร และทางคู่ขนานจาก 2 ช่องจราจรเป็น 3 ช่องจราจร และปรับปรุงพื้นผิวการจราจรด้านฝั่งขาเข้า กทม. ที่มีช่องจราจรในช่องทางหลักจำนวน 3 ช่องจราจรอยู่แล้ว และมีช่องทางคู่ขนาน 3 ช่องจราจรอยู่ก่อนแล้วเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังจะทำการปิดช่องยูเทิร์นกลับรถระดับพื้นดินที่บริเวณ กม.41+200 เพื่อลดปัญหายานพาหนะตัดขวางการจราจรในช่องทางหลักหรือรถตัดกระแสกัน และมักเกิดอุบัติเหตุอันตรายรุนแรงบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ใช้ทางใช้ความเร็วสูง

ผู้มีส่วนร่วม
ผู้มีส่วนร่วม

โดยจะทำการก่อสร้างจุดกลับรถแบบสะพานเกือกม้าให้ผู้ใช้ทางกลับรถข้ามเส้นทางหลักทดแทนจำนวน 1 จุด ที่บริเวณ กม.39+220 รวมถึงการปรับปรุงจุดกลับรถแบบเกือกม้าที่มีอยู่เดิมอีกจำนวน 2 จุดระยะห่างกันประมาณ 3 กม.ให้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย แต่โครงการขยายถนนสาย 34 ในครั้งนี้มีแหล่งโบราณสถานที่อยู่ใกล้ในรัศมี 1 กม. 1 แห่ง คือ วัดอุสภาราม (วัดบางวัว) หรือวัดหลวงพ่อดิ่ง ที่อยู่ห่างจากจุดกึ่งกลางโครงการประมาณ 550 เมตรและอยู่ห่างจากเขตการก่อสร้างประมาณ 400 เมตร ที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งด้านฝุ่นละอองและเสียงเข้าไปรบกวนระหว่างการก่อสร้าง

โบราณสถาน
โบราณสถาน

ในวันนี้จึงได้มีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ขึ้น เพื่อประกอบการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งหากโครงการผ่านการอนุมัติจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างขยายช่องทางการจราจรได้ในช่วงประมาณปี 2570 ด้วยงบประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นการดำเนินการภายในเขตพื้นที่ของกรมทางหลวงเดิมอยู่แล้ว นายทศพร กล่าว

โบราณสถานในรัศมี 1 กม.
โบราณสถานในรัศมี 1 กม.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...