โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักลงทุนแห่กลับสินทรัพย์เสี่ยง “ดอลลาร์สหรัฐ” อ่อนค่าแรง หลังข่าวหยุดยิงในตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น.

ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าแรง ด้านนักลงทุนจับตาเฟดส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ย กดดันดอลลาร์เพิ่ม ส่วนเงินออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเชเกลอิสราเอลแข็งค่าทันที หลังทรัมป์ประกาศหยุดยิงอิหร่าน-อิสราเอล

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 09.26 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า"ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่าลงในวันอังคาร ขณะที่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แข็งค่าขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ข่าวดังกล่าวสร้างความยินดีให้กับนักลงทุนและจุดกระแสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วตลาด

ทรัมป์ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยสมบูรณ์ ซึ่งอาจยุติสงครามที่ดำเนินมา 12 วัน ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยหลายล้านคนจากกรุงเตหะราน และสร้างความกังวลต่อการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสงคราม

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการจากอิสราเอล ส่วนเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งยืนยันว่าเตหะรานยอมรับข้อตกลงหยุดยิง แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านระบุว่าจะไม่มีการหยุดยิงใด ๆ หากอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไป

ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยง ปรับตัวขึ้น 0.3% ที่ระดับ 0.6480 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าขึ้น 0.3% ที่ระดับ 0.5994 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินเชเกลของอิสราเอลแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยปรับตัวแข็งค่าขึ้น 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแตะระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566

โรดริโก คาทริล นักกลยุทธ์อาวุโสด้านค่าเงินจากธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า“ถือเป็นข่าวเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน …แต่เรายังต้องรอดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงนี้เป็นอย่างไร และมีแนวโน้มไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนหรือไม่”

โดย ค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เริ่มอ่อนค่าลงหลังจากมีข่าวหยุดยิง เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.37% อยู่ที่ระดับ 145.60 เยน ยูโรแข็งค่าขึ้น 0.12% อยู่ที่ 1.1592 ดอลลาร์ เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้น 0.11% อยู่ที่ 1.3541 ดอลลาร์ โดยเงินเยนและยูโรได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันลดลง เนื่องจากทั้งสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว ในขณะที่สหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกสุทธิ

ถ้อยแถลงของทรัมป์ผ่าน Truth Social มีขึ้นหลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพอากาศของสหรัฐในกาตาร์เมื่อวันจันทร์ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นการตอบโต้ที่อ่อนแอต่อการโจมตีของสหรัฐ

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันจากถ้อยแถลงเชิงผ่อนคลายของมิเชล โบว์แมน ผู้กำหนดนโยบายของ Fed ซึ่งระบุว่าเฟดควรพิจารณาลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของผู้ว่าการ Fed คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ที่กล่าวในรายการโทรทัศน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาอาจสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักทรงตัวที่ 98.23 หลังจากลดลงกว่า 0.5% ในวันก่อนหน้า

โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างกันมากขึ้นในหมู่คณะกรรมการเฟด ก่อนที่พาวเวลจะให้การต่อสภาคองเกรส ..โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมยังคงถูกประเมินต่ำเกินไป ผมคิดว่าควรสูงกว่านี้”

ตลาดการเงินขณะนี้คาดการณ์โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20% จากระดับ 14.5% ในวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch

ทั้งนี้ เจอโรม พาวเวล ประธาน Fed มีกำหนดให้การต่อสภาคองเกรสในวันอังคารและวันพุธ ซึ่งนักลงทุนจะจับตาท่าทีเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี บิทคอยน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% แตะระดับ 104,939.26 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์ (Ether) พุ่งขึ้น 2.1% แตะ 2,397.65 ดอลลาร์ สะท้อนถึงบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาเป็นบวก

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...