โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” นำทีมประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 05.36 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

เจนีวา 5 มิ.ย. – “อนุทิน” นำคณะผู้แทนไทยประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แสดงวิสัยทัศน์แผนป้องกันสาธารณภัยไทยครอบคลุมกลุ่มเปราะบางลงลึก 17,646 ชุมชน ย้ำวาระด่วนสร้างกลไกจัดการภัยพิบัติข้ามพรมแดน น้ำท่วมฉับพลัน PM2.5

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงภารกิจการเดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 8 : Global Platform for Disaster Risk Reduction (GP2025) ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในระหว่างวันที่ 3 – 5 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ CICG นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ น.ส.อุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 68 ตามเวลาท้องถิ่นของสมาพันธรัฐสวิสซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ได้เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในหัวข้อ “Leave no one behind – Realizing the guiding principles of the Sendai Framework” พร้อมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุม มีใจความสำคัญความว่า

ประเทศไทยได้บูรณาการหลักการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กรอบเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พ.ศ. 2558-2573 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) เข้าไว้ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564-2570 และเป็นแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานทุกระดับจนถึงระดับท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั่วประเทศ

ในปี 2568 รัฐบาลไทยโดยกระทรวงมหาดไทยในฐานะกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัด ระดับอำเภอและแผนปฏิบัติการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยการส่งเสริมการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติโดยชุมชน (CBDRM) ให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี ผู้พิการ ชนกลุ่มน้อย ผู้สูงอายุ และเยาวชน จำนวน 17,646 ชุมชน รวมทั้งสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก ในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาลาย ครอบคลุมภัยพิบัติ 11 ประเภท เปิดโครงการอาสาสมัครเยาชนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและพัฒนาทักษะการตอบสนองต่อภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

“ประเทศไทยเล็งเห็นว่า การสร้างศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่องนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของภาคีเครือข่ายทุกประเทศต่อวิสัยทัศน์ร่วมกันในการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเรายังคงทุ่มเทเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าว

จากนั้นในเวลา 15.30 น. นายอนุทิน ร่วมหารือโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ในหัวข้อ “Accelerating financing for resilience: Tailored solutions for disaster risk reduction” ซึ่งนายอนุทิน ได้กล่าวกับที่ประชุมว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย นอกจากภัยพิบัติจากฤดูกาลแล้วยังรวมถึงภัยจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ซึ่งตามกรอบเซนไดเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติปี 2015-2030 มีความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ไม่เพียงพอ

ในส่วนของประเทศไทยเองที่ได้เกิดอุทกภัยในภาคเหนือ ภาคใต้ และล่าสุดมีผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมาเมื่อ 28 มี.ค. 68 เป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการมีระบบแจ้งเตือนภัยที่เชื่อถือได้เพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชน ซึ่งรัฐบาลไทยตระหนักในเรื่องนี้และได้ดำเนินการพัฒนาระบบ Cell Broadcast ที่ส่งสัญญาณแจ้งเตือนผ่านมือถือ ระบบจะใช้งานเต็มรูปแบบในเดือนก.ค. นี้ แต่การมีระบบแจ้งเตือนยังไม่เพียงพอ ต่อไปยังต้องมีการลงทุนกับการประเมินความเสี่ยง แผนที่ความเสี่ยง การฝึกซ้อมและรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน ควบคู่การส่งเสริมกลไกการจัดหาเงินทุน การความคุ้มครองประกันภัยสำหรับทรัพย์สินส่วนบุคคล

นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมกันจัดการภัยพิบัติข้ามพรมแดน อาทิ น้ำท่วมฉับพลันและมลพิษ PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบในประเทศต่างๆมากขึ้น ต้องมีกลไกเสริมสร้างการฟื้นตัวร่วมกัน และขอให้ภาคีสหประชาชาติร่วมสนับสนุนทางเทคนิค การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาระหว่างกัน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การประชุม GP เป็นการประชุมตามพันธกรณีของกรอบการดำเนินงานเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ค.ศ. 2015 – 2030 (กรอบเซนได) ที่จัดขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ 2 – 3 ปี นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 โดยที่ประชุมจะมีการหารือและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในหลากหลายมิติที่ครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี และมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านการจัดการภัยพิบัติ เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมีสำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDRR เป็นองค์กรหลักดูแลเพื่อเป็นกลไกติดตามการขับเคลื่อน

สำหรับประเด็นหลักของ GP2025 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Every days counts, act for resilience today” เพื่อสื่อถึงความเร่งด่วน ในการขับเคลื่อนเป้าหมายของกรอบเซนไดให้บรรลุผลภายในช่วง 5 ปีต่อจากนี้.-319 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...