โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไทยเสนอ ‘ชุดไทย’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกยูเนสโก ปี 2569 ย้ำยึดหลักข้อเท็จจริง-เคารพวัฒนธรรมหลากหลาย

THE STANDARD

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.41 น. • thestandard.co
ไทยเสนอ ‘ชุดไทย’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกยูเนสโก ปี 2569 ย้ำยึดหลักข้อเท็จจริง-เคารพวัฒนธรรมหลากหลาย

วานนี้ (8 กรกฎาคม) ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้แจ้งยืนยันว่า รายการ ‘ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ’ (Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) สมัยที่ 21 ในปี 2569

การเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริม Soft Power และอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 โดยปัจจุบันประเทศไทยมีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นบัญชีในระดับชาติแล้ว 396 รายการ และ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับชาติตั้งแต่ปี 2566 ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ให้เสนอต่อยูเนสโกในระดับนานาชาติ

ประสพระบุว่า ชุดไทยเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์และความวิจิตรของวัฒนธรรมไทย ผ่านงานช่างฝีมือจากหลากหลายภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านลวดลาย เทคนิคการตัดเย็บ และการใช้ผ้าไทยในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงศึกษาค้นคว้าและออกแบบขึ้นเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2503 เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก

ปัจจุบันชุดไทยพระราชนิยมได้รับการนำมาใช้ในหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานพระราชพิธี งานพิธีการสำคัญ รวมถึงงานมงคลสมรส โดยแสดงถึงคุณค่าแห่งภูมิปัญญาไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจต่อการออกแบบสร้างสรรค์ชุดไทยยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า ประเทศกัมพูชาเตรียมเสนอ ‘ประเพณีแต่งงาน’ เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และอาจมีการสอดแทรก ‘ชุดไทย’ นั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากยูเนสโกอยู่ระหว่างการให้แต่ละประเทศปรับแก้แบบเสนอข้อมูลสำหรับรอบปี 2025-2026 และยังไม่มีหลักฐานว่ากัมพูชาจะอ้างอิงหรือสอดแทรก ‘ชุดไทย’ ในรายการที่เตรียมเสนอแต่อย่างใด

ประสพย้ำว่า การเสนอขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกไม่ใช่การประกาศความเป็นเจ้าของทางวัฒนธรรม หากแต่เป็นการแสดงถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดในชุมชน และยูเนสโกส่งเสริมให้แต่ละประเทศยื่นเสนอวัฒนธรรมของตนอย่างโปร่งใส เคารพซึ่งกันและกัน และสามารถร่วมเสนอในลักษณะพหุภาคี (Multinational Nomination) ได้ หากมีรากวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน

เขายังยกตัวอย่างกรณี ‘ชุดแต่งกายเคบายา’ (Kebaya) ที่ถูกเสนอร่วมกันโดยสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน และไทย หรือ ‘โขน’ ของไทย และ ‘ลครโขล‘ ของกัมพูชา ที่เสนอแยกกันในปี 2561 โดยไม่เกิดความขัดแย้ง สะท้อนถึงแนวทางความร่วมมือบนพื้นฐานของมิตรภาพทางวัฒนธรรม

“การขึ้นทะเบียนชุดไทย จึงไม่ใช่การปิดกั้น แต่คือการเปิดประตู เพื่อถ่ายทอดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของเราให้กลายเป็นสมบัติร่วมของมนุษยชาติ” ประสพกล่าว พร้อมยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาของยูเนสโกมีความโปร่งใส ตรวจสอบเนื้อหาอย่างละเอียด และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสง่างามในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ท้ายที่สุด กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประชาชนร่วมส่งแรงสนับสนุนให้ ‘ชุดไทย’ และ ‘มวยไทย’ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในปี 2569 และ 2571 ตามลำดับ ได้รับการขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับ Soft Power ไทยบนเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...