โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ครบรอบ 2 ปี มิตรภาพ(?) ‘มิ้นต์ช็อก’ เส้นทางมิตรภาพเพื่อไทย-ภูมิใจไทย จากวันชนแก้ว สู่ตำแหน่งการเมืองคนละขั้ว

The MATTER

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • Brief

ย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยได้จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล และเกิดเป็นภาพการชนแก้ว ‘มิ้นต์ช็อก’ ซึ่งกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในเวลานั้น

วันนี้ (22 กรกฎาคม 2568) ก็นับเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วสำหรับมิตรภาพมิ้นต์ช็อกของเพื่อไทยและภูมิใจไทย The MATTER ขอย้อนสั้นๆ ให้เห็นเส้นทางของทั้งสองพรรคว่าจนถึงวันนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง

ก่อนหน้านี้ ในปี 2566 ภูมิใจไทยปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) โดยบอกว่า ‘จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลถ้ายังมีพรรคก้าวไกล’ ซึ่งให้เหตุผลว่าไม่ใช่แค่นโยบายแก้ไขม.112 แต่ยังรวมไปถึงวิธีการทำงานของพรรคในสภาสมัยที่แล้วด้วย

หลังจากที่การเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคก้าวไกลถูกโหวตไม่เห็นชอบจาก สว. จบลงไป พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย ก็เริ่มต้นตั้งรัฐบาลด้วยกัน และจากนั้นเป็นต้นมา พรรคภูมิใจไทยก็ได้กลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของรัฐบาล โดยตำแหน่งของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็คือรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (มท.1)

ซึ่งในเวลานั้น อนุทินยืนยันว่าไม่ขัดข้องที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย หากยึดตามหลักการ 3 ประการ ดังนี้ 1.ไม่แตะต้องกับม.112 ไม่ว่าจะแก้ไขหรืออย่างไรก็ตาม 2.ไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 3.หากเป็นรัฐบาลที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ ต้องไม่มีก้าวไกลเป็นพรรคร่วม ซึ่งเพื่อไทยก็เห็นพ้องไปตามนั้น

แต่แล้วตำแหน่ง มท.1 ก็สั่นคลอน หลังจากกระแสข่าวการปรับครม.แพทองธาร 1/1 ซึ่งเพื่อไทยต้องการเก้าอี้ มท.1 คืนจากภูมิใจไทย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อนุทินเปิดใจกับเรื่องนี้ว่าได้ปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าวและ “ในเมื่อข้อตกลงรักษากันไม่ได้ คงต้องต่างคนต่างไป” ซึ่งเรื่องนี้ก็จบลงด้วยการที่อนุทินลาออก เก็บข้าวเก็บของออกจากห้องทำงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...