โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มวัย 36 น้ำตาตก "ไตวาย" เพราะดื่มสิ่งนี้แทนน้ำเปล่า คิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่ทำร่างพัง

sanook.com

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 11.33 น. • Sanook
ป่วยไตวายตอนอายุ 36! ชายหนุ่มเผยความเสียใจ “เพราะดื่มสิ่งนี้แทนน้ำเปล่า คิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่สุดท้ายพังทั้งร่าง”

ป่วยไตวายตอนอายุ 36! ชายหนุ่มเผยความเสียใจ “เพราะดื่มสิ่งนี้แทนน้ำเปล่า คิดว่าดีต่อสุขภาพ แต่สุดท้ายพังทั้งร่าง”

ชายวัย 36 ปี ในไต้หวัน ต้องช็อก เมื่อไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเองเป็นโรคไตวาย พร้อมกับเบาหวานชนิดที่ 2 โดยไม่เคยรู้ตัวมาก่อน

ดร.กั๋ว ซิงเหม่ย จากโรงพยาบาลจางฮว่า ไต้หวัน ได้เปิดเผยกรณีของผู้ป่วยชายวัย 36 ปีรายหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคไตวายและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ผู้ป่วยชื่อ เถิน หลิง มาพบแพทย์เพราะมีอาการปัสสาวะกลางคืนบ่อยจนทำให้นอนไม่เต็มอิ่มและอ่อนเพลีย ซึ่งเขาต้องเผชิญกับอาการนี้มานานเกือบ 1 ปี

ผลตรวจเลือดพบว่าระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของเขาสูงถึง 13% ซึ่งเกินค่าปกติอย่างมาก แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเขาเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

นอกจากนี้ ผลตรวจระดับโปรตีนไมโครอัลบูมินในปัสสาวะอยู่ที่ 42 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ค่าปกติต้องต่ำกว่า 30 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) บ่งชี้ว่ามีความผิดปกติของไต เมื่อตรวจเชิงลึกด้านการทำงานของไตจึงพบว่า เขาเป็นไตวายจากภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานชนิดที่ 2

แพทย์เผยต้นเหตุเบาหวานชนิดที่ 2 และไตวาย

หลังซักประวัติผู้ป่วย ดร.กั๋ว ซิงเหม่ย พบว่าคุณเถินมีพฤติกรรมดื่มชาแบบผิดสุขภาพ

Alex P

เจ้าตัวเล่าว่า “ผมชอบดื่มชาแดงใส่น้ำตาลที่ทางซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านแจกฟรีมาก ๆ ผมมักเอากระติกใหญ่ไปตักกลับมาดื่มแทนน้ำเปล่า เพราะคิดว่าชาแดงดีต่อสุขภาพ”

ดร.กั๋ว ซิงเหม่ย อธิบายว่า แม้ชาแดงจะดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าเติมน้ำตาลเข้าไปและดื่มในปริมาณมาก โดยเฉพาะดื่มแทนน้ำเปล่าเหมือนคุณเถิน ก็ยิ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง

เมื่อร่างกายรับน้ำตาลมากเกินไป น้ำตาลเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ไขมันสะสมในช่องท้องเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หากปล่อยไว้นานจะกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่อง ทั้งจากการดื่มน้ำหวานบ่อยหรือจากโรคเบาหวานเอง ยังทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อกรองของเสียออกจากเลือด สุดท้ายเนื้อเยื่อไตจะเสื่อม สะสมพังผืด และกลายเป็นไตวายในที่สุด

เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากแพทย์ คุณเถินรู้สึกเสียใจมากและกล่าวว่า “ผมนึกว่าถึงจะใส่น้ำตาล ชาแดงก็ยังดีต่อสุขภาพอยู่ เลยดื่มแทนน้ำเปล่าทุกวัน ไม่คิดเลยว่าพฤติกรรมนี้จะทำร้ายระดับน้ำตาลในเลือดกับไตได้ขนาดนี้”

หลังจากนั้นแพทย์ได้แนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน พร้อมจ่ายยาควบคุมระดับน้ำตาลและดูแลเรื่องโรคไต พร้อมกำชับให้มาตรวจติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับยาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

ดร.กั๋ว ซิงเหม่ย ระบุว่า จากการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด สุขภาพของคุณเถินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเบาหวานและไตวายสามารถควบคุมได้ดี และยังไม่พบสัญญาณว่าตัวโรคจะทรุดลงอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...