โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิชัย” สั่งเร่งเครื่องล้างบางสินค้าผิดกฎหมาย-ธุรกิจนอมินี

The Better

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.40 น. • THE BETTER
“พิชัย” สั่งทุกหน่วยงาน เร่งเครื่องล้างบางสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี ปราบธุรกิจนอมินี ลุยตรวจนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 46,918 ราย เริ่ม 4 จังหวัดเป้าหมาย ชลบุรี-กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นประธานการประชุม โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศกร อรรณนพพร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เน้นให้แก้ปัญหาสินค้าไร้คุณภาพและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทยอย่างจริงจัง ช่วยปกป้องผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทย

นายพิชัย เผย การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการท่านนายกรัฐมนตรี พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานต่างๆ โดยเน้น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.การบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์ม e-Commerce

2.การเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้า โดยเฉพาะในเขต Free Zone

3.การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า

4.การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้า (Transshipment)

จากข้อมูลสถิติจากเดือนก.ย. 2567 ถึง พ.ค. 2568 แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมายจำนวน 57,739 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,287 ล้านบาท สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท และดำเนินการ Notice and Takedown เพื่อลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 14,976 รายการ พร้อมปราบปรามธุรกิจนอมินีแล้ว 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

นายพิชัย กล่าวว่า เพื่อป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและการบิดเบือนข้อมูลการนำเข้า ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมพัฒนาระบบตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลสินค้านำเข้า โดยสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้การประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นความผิดมูลฐานและ สำนักงาน ป.ย.ป. ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Transshipment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับกระทรวงมหาดไทยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย(นอมินี) ภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อตรวจสอบสืบสวน สอบสวน จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

และที่ประชุมฯมีมติให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกำกับติดตามการตรวจนอมินีในทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าตรวจสอบเชิงรุก ปูพรมทั่วประเทศ ซึ่งมีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีลักษณะนอมินี จำนวน 46,918 ราย โดยเน้นหนักที่ 4 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี

“เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพื่อปกป้องคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุกและบูรณาการอย่างเข้มข้น ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกับรองผู้ว่าฯในการมอบหมายตรวจสอบเรื่องนอมินี พร้อมกับพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน” นายพิชัย กล่าว

ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในประเด็นการตรวจสอบธุรกิจนอมินี กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 0.0001–49.99% ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 46,918 ราย โดยมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด และประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สรรพากรพื้นที่ จัดหางานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด โดยมีพาณิชย์จังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ พร้อมกำหนดไทม์ไลน์อย่างชัดเจน คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 1 ปี โดยในช่วง 6 เดือนแรกจะสามารถดำเนินการครอบคลุมได้ถึง 69 จังหวัด ส่วนอีก 7 จังหวัดที่มีจำนวนบริษัทมาก จะมีทีมจากส่วนกลางลงไปสนับสนุนเป็นพิเศษ

ในส่วนของการป้องกันไม่ให้มีบริษัทนอมินีรายใหม่เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทยอีก รัฐบาลมีแผนปรับปรุงกฎหมาย โดยเสนอให้เพิ่มความผิดฐาน “นอมินี” เข้าไปเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะเปิดทางให้สามารถยึดหรือริบทรัพย์สินของบริษัทที่กระทำผิดได้

ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนเองและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันให้ ครม. มีมติส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ทั้ง 3 วาระรวด โดยจะใช้กลไกของกรรมาธิการและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ออกโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดบริษัทนอมินีรายใหม่ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...