ลูกไม่สู้คน : 4 เทคนิคที่ช่วยให้ลูกรู้ว่าตัวเองก็เข้มแข็งได้
Mood of the Motherhood
อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.47 น. • Featuresในช่วงวัยที่ลูกเริ่มเข้าสังคมและเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่อาจพบว่าลูกต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น ถูกเพื่อนล้อ ถูกแกล้ง ถูกแย่งของ สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่ลูกต้องรับมือและเรียนรู้ความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความกลัว ความไม่มั่นใจ และความอึดอัดใจ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็กในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับลูกแล้ว มันอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการเติบโตอย่างมั่นคงได้ยิ่งถ้าได้เห็นว่า ลูกไม่สู้คน ไม่กล้าปกป้องตัวเอง และมักเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่เสมอ ก็อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกเป็นกังวลว่าลูกจะกลายเป็นเด็กอ่อนแอและถูกรังแกต่อไปเรื่อยๆแต่ก่อนที่จะหาวิธีแก้ไข คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจสาเหตุก่อนว่าทำไมลูกถึงไม่กล้าปกป้องตัวเอง หรือสู้กลับคนที่เข้ามารังแก อาจเป็นเพราะลูกเป็นเด็กที่มีนิสัยอ่อนโยน หรือลูกอาจกลัวการถูกลงโทษ ขาดความมั่นใจในตนเอง หรือบางครั้งลูกอาจไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์ที่ท้าทายและยากลำบากลูกไม่สู้คน ไม่ได้หมายความว่าลูกอ่อนแอ แต่เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ควรมีวิธีการสอนลูกให้มีจิตใจที่เข้มแข็งและรู้จักปกป้องตัวเองต่อไป1. ไม่เร่งรีบให้ลูกกล้าในทันที
คุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกอยากให้ลูกกล้าพูดและกล้าตอบโต้ในทันที การพยายามบอกให้ลูกสู้ หรือใช้คำพูดท้าทาย เช่น ทำไมไม่สู้ล่ะ! ไม่เห็นต้องกลัวเลย! สู้เขาสิ! จะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกกดดันเพราะลูกยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์นั้นในทันที การเร่งเร้าหรือกดดันจะทำให้ลูกเกิดความกลัวว่าตัวเองทำผิด สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจและให้เวลาลูกค่อยๆ เรียนรู้ความกล้าและการตัดสินใจของตัวเอง2. ชื่นชมและยกย่องความกล้าทีละเล็กทีละน้อยของลูก
ลูกไม่จำเป็นต้องตอบโต้คนอื่นด้วยกำลัง แต่เพียงแค่ลูกกล้าปฏิเสธหรือบอกความต้องการของตัวเองให้คนอื่นเข้าใจ เช่น ห้ามไม่ให้เพื่อนเล่นด้วยความรุนแรง หรือกล้าบอกคุณพ่อคุณแม่ถึงความรู้สึกที่ไม่สบายใจ สิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นความกล้าที่มีคุณค่า คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าภูมิใจในความกล้าที่ลูกแสดงออกมา การได้รับคำชมอย่างจริงใจ จะช่วยเสริมแรงใจให้ลูกรู้สึกว่าการพูดความจริงและการแสดงความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ดีและได้รับการยอมรับ3. เสริมสร้างความมั่นใจจากภายในใจของลูก
ความกล้าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่จากการเผชิญหน้า แต่เริ่มต้นจากความเชื่อมั่นในคุณค่าและความสามารถของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนให้ลูกได้ค้นพบและพัฒนาจุดแข็งในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป เล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่ลูกชอบ เมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีสิ่งที่ทำได้ดี จะช่วยสร้างพื้นฐานทางจิตใจให้ลูกกล้าหาญและแข็งแกร่งได้มากขึ้น4. สอนให้ลูกเข้าใจความแตกต่างระหว่างความกล้าสู้กับการก้าวร้าว
คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า ความกล้าสู้ไม่ใช่การทำร้ายหรือใช้ความรุนแรง แต่เป็นการสื่อสารความต้องการและขอบเขตของตัวเองอย่างชัดเจน เช่น การพูดว่า หยุดนะ ไม่โอเค หรือไม่ชอบ เป็นการแสดงความมั่นใจในตัวเองโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น ความเข้าใจในขอบเขตนี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในการปกป้องตัวเองในวิถีทางที่เหมาะสมอ่านบทความ: ลูกโดนแกล้ง: ชวนลูกออกกำลังกาย สร้างความแข็งแรงทางจิตใจและร่างกาย ไม่ให้ลูกถูกรังแกอ้างอิงparentssimplyonpurpose