โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสม.ห่วงแรงงานไทยที่จะไปเก็บผลไม้ป่าในสวีเดน-ฟินแลนด์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 08.40 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กสม. 27 มิ.ย.- ประธาน กสม. มีหนังสือด่วนที่สุดถึง “รัฐมนตรีแรงงาน” ห่วงแรงงานไทยที่จะไปเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ ฤดูกาล 2025 เสนอแนะมาตรการเพื่อคุ้มครองมิให้ถูกละเมิดสิทธิฯ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แจ้งข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะกรณีแรงงานไทยที่จะไปเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ ฤดูกาล 2025 เพราะการเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากเดิมที่กำหนดให้นายจ้างในไทยขออนุญาตพาลูกจ้างไปทำงานในต่างประเทศและทำสัญญาจ้างแรงงานในไทย เป็นการแจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเองและทำสัญญากับนายจ้างในสวีเดนโดยตรง เช่นเดียวกับฟินแลนด์ และมีสถานะเป็นแรงงานตามฤดูกาล (Seasonal Worker) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานดังกล่าวส่งผลให้แรงงานไทยที่จะไปเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานของไทย เนื่องจากการจ้างงานและสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นและดำเนินการภายใต้กฎหมายของต่างประเทศ จึงไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย อีกทั้งการทำสัญญาจ้างแรงงานกับนายจ้างในสวีเดนและฟินแลนด์โดยตรง มีความเสี่ยงที่จะถูกเอาเปรียบได้

นอกจากนี้แรงงานไทยไม่มีความรู้ด้านภาษา การขอตรวจลงตรา กฎระเบียบเกี่ยวกับการจ้างงานและการทำสัญญาเพียงพอ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทผู้ประสานงานในไทย ซึ่งที่ผ่านมาพบปัญหา เช่น การหลอกลวง การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำนวนมาก โดยไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายใด และการหักค่าใช้จ่ายจนแรงงานมีรายได้จากการเก็บผลไม้ป่าต่ำกว่าที่ควรได้รับ รวมถึงการจัดหาที่พักอาศัยและอาหารที่ไม่เหมาะสม

กสม. จึงมีข้อเสนอแนะดังนี้ สัญญาจ้างต้องผ่านการตรวจพิจารณาจากกระทรวงแรงงานและการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในสวีเดนและฟินแลนด์ โดยให้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน ได้แก่ รายละเอียดการทำงาน เช่น ระยะเวลาของสัญญา วัน เวลา และชั่วโมงการทำงาน วันหยุด สถานที่ทำงาน ที่พัก รถรับส่งไปสถานที่ทำงาน การรักษาพยาบาล เครื่องมือการทำงาน และสวัสดิการต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายที่นายจ้างต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ค่าประกันภัย ค่าน้ำมันรถ และรายได้ที่ลูกจ้างได้รับและค่าใช้จ่ายที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบ เช่น เงินประกันรายได้ขั้นต่ำ ค่าจ้างรายชั่วโมงหรือรายวัน ค่าล่วงเวลา ค่าจ้างวันหยุด ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น รวมทั้งกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และให้กระทรวงแรงงานเก็บสัญญาจ้างแรงงานไว้เป็นหลักฐานด้วย

ต้องระบุค่าใช้จ่ายที่บริษัทผู้ประสานงานจะเรียกเก็บจากแรงงานได้ล่วงหน้าให้ชัดเจน
และจัดเวทีสาธารณะในจังหวัดเป้าหมายที่จะมีแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนและฟินแลนด์ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในทั้งสองประเทศ

ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทนายจ้างในสวีเดนและฟินแลนด์ ว่าเป็นบริษัทที่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศหรือไม่ และให้ความคุ้มครองแรงงานไทยในการปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน เข้าตรวจเยี่ยมสภาพการจ้างและที่พัก รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางคดีเมื่อเกิดข้อพิพาทด้านแรงงานและคดีความต่าง ๆ ของแรงงานไทยในสวีเดนและฟินแลนด์

และ ในฤดูกาลถัดไป จึงขอให้กระทรวงแรงงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแผนการดำเนินการล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสมด้วยความรอบคอบ โดยให้ตัวแทนแรงงานและภาคีเครือข่ายแรงงานมีส่วนร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและคุ้มครองแรงงานมิให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...