โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ราษีไศล ยูไนเต็ด ราชาวานรแห่งอีสานกับการก้าวสู่ ไทยลีก 2 อย่างสง่างาม

SIAMSPORT

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 01.21 น.
จากสโมสรฟุตบอลที่เริ่มต้นด้วยความฝันเล็กๆ การใช้ผู้เล่นท้องถิ่นเป็นแกนหลัก สู่การเป็นแชมป์ ไทยลีก 3 ฤดูกาล 2024-25 และคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ลีกรองของสยามประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ

ราษีไศล ยูไนเต็ด ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังแห่งความมุ่งมั่น, การวางแผนที่เป็นระบบและทำงานหนักเป็นทีมสามารถนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ ภายใต้การนำของ 'ครูคลิ้น' ภาณุพงศ์ จารุวงษ์เสถียร ประธานสโมสรผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์

'SIAMSPORT' ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งของราชาวานรผู้แข็งแกร่งจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ!!

[ 1 ] จากการสร้างรากฐานอันมั่นคง สู่การยกระดับอย่างมืออาชีพเต็มตัว

การที่ ราษีไศล สามารถผงาดคว้าแชมป์ ไทยลีก 3 และเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 2 ได้นั้น คุณภาณุพงศ์ จารุวงษ์เสถียร ประธานสโมสร ยืนยันว่านี่ไม่ใช่แค่การได้มาซึ่งชื่อเสียง หรือถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่คือการยกระดับคุณภาพของทีมและเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ครูคลิ้นกล่าวว่า "แน่นอนการเลื่อนชั้นและเป็นแชมป์ ไทยลีก 3 ส่งผลในด้านคุณภาพของทีมอย่างเห็นได้ชัดเจน เราได้เห็นว่าการทำงานหนักอย่างไม่ย่อท้อและการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้เราประสบความสำเร็จในครั้งนี้ในที่สุด"

อีกหนึ่งแง่ดีที่ตามมาคือการที่สโมสรได้รับกระแสตอบรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ในจังหวัดศรีสะเกษหรือภาคอีสานเท่านั้น

"การทำโซเชียลมีเดียของเราได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟนฟุตบอลอย่างล้นหลาม ตรงนี้ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและติดตามทีมมาโดยตลอด" ประธานสโมสร ราษีไศล เพิ่มเติม

แรงบันดาลใจสำคัญและจุดเริ่มต้นอันบริสุทธิ์ของทีมคือการสร้างทีมฟุตบอลโดยใช้ผู้เล่นจาก วิทยาลัยพณิชยการราษีไศล ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักกีฬาในท้องถิ่นและนักเตะฝีเท้าดีในพื้นที่เป็นแกนหลักสำคัญมาโดยตลอด

พวกเขาค่อยๆ พัฒนาทีมจากจุดเล็กๆ จนกระทั่งมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบขึ้นในทุกๆ ด้าน เพื่อยกระดับทีมให้ก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับ 'โค้ชหนุ่ม' อานนท์ บรรดาศักดิ์ กุนซือผู้มากประสบการณ์ ซึ่งเคยผ่านการทำทีมมาทุกระดับชั้นของฟุตบอลไทย ร่วมกับทีมบริหารที่ทำงานอย่างแข็งขัน

นอกจากนี้คนสำคัญอย่างยิ่งยวดอีกท่านหนึ่งคือ 'ครูนุช' นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ประธานที่ปรึกษาของสโมสรที่คอยให้การสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มที่มาโดยตลอด

การมีเป้าหมายร่วมกันและความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนในท้องถิ่น คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ความฝันในการเลื่อนชั้นกลายเป็นจริงในที่สุด

[ 2 ] วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน แล้วเดินหน้าพุ่งชนความสำเร็จอย่างเป็นระบบ

ก่อนจะมาถึงจุดที่สามารถคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ภาณุพงศ์ ยอมรับว่าทีมบริหารได้ทำงานอย่างใกล้ชิดและมีการพูดคุยปรึกษาหารือกับโค้ชหนุ่มมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งที่พวกเขาเน้นย้ำคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและก้าวไปทีละขั้นอย่างเป็นระบบ

บอสใหญ่แห่งทัพราชาวานรกล่าวว่า "เรามองกันแบบช็อตต่อช็อต สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ไม่ได้มองข้ามช็อตไปไกลนัก เรามีเป้าหมายใหญ่ แต่เป้าหมายย่อยเป็นสเต็ปที่เราต้องทำให้สำเร็จ นั่นคือการตั้งเป้าที่จะจบเลกแรกของโซนอีสานด้วยการเป็นจ่าฝูงให้ได้ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ตามเป้าหมาย จากนั้นคือการคว้าแชมป์โซนในท้ายที่สุด ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ"

พอถึงรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นรอบตัดสินชี้ชะตา ประธานสโมสร ราษีไศล เผยว่า "ในตอนแรกเราตั้งเป้าหมายไว้อย่างเจียมตัว ขอเพียงแค่ติด 1 ใน 2 ทีมแรกของกลุ่ม เพื่อคว้าตั๋วเลื่อนชั้นเท่านั้น เนื่องจากทราบดีว่าคู่แข่งทุกทีมล้วนแข็งแกร่งและมีคุณภาพคับแก้ว"

"ยอมรับว่าในรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก เราคิดว่าหากจบด้วยอันดับ 2 ในตารางคะแนนก็ถือว่ารับได้แล้ว เพราะทุกทีมที่เราเจอในรอบนี้คือของจริงล้วนๆ"

แต่ท้ายที่สุด ราษีไศล ก็ทำได้เหนือความคาดหมายที่ตั้งเอาไว้ ด้วยการเข้ารอบในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่มและจบลงด้วยการเป็นแชมป์ ไทยลีก 3 ได้อย่างยิ่งใหญ่

จุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสรในฤดูกาลนี้จึงอยู่ตรงที่ การตั้งเป้าหมายทีละขั้น ก่อนจะสามารถทำได้สำเร็จในทุกเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น, วินัยและศักยภาพอันแท้จริงของทีมได้อย่างชัดเจน

[ 3 ] ปรี-ซีซันคุณภาพและความคงเส้นคงวาอันน่าทึ่ง

ตลอดฤดูกาลที่ยาวนานและเข้มข้นที่ผ่านมา ราษีไศล ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักหรือในบางช่วงที่มีบางรายต้องติดภารกิจไปแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้ขาดนักเตะไปในช่วงเวลาสำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงที่ทีมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของโซนอีสานด้วยแต้มที่ค่อนข้างทิ้งห่างคู่แข่ง พวกเขาได้มีการทดลองปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นจากระบบ 4-3-3 มาเป็น 3-4-3 เพื่อมองภาพรวมและเตรียมพร้อมสำหรับรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้ก็ทำให้ทีมมีฟอร์มสะดุดไปบ้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ทุกปัญหาและทุกความท้าทายที่เกิดขึ้น ก็ถูกแก้ไขและปรับปรุงร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างทีมบริหารและ 'โค้ชหนุ่ม' จนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้ในที่สุด

การแก้ไขปัญหาและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น 'ครูคลิ้น' ชี้ว่ามาจากรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของทีม นั่นคือปรี-ซีซันที่ยอดเยี่ยมและมีคุณภาพสูง

บอสใหญ่ของ ราษีไศล กล่าวว่า "เนื่องจากทีมของเรามีปรี-ซีซั่นที่ยอดเยี่ยมมากๆ จากการคุยกับโค้ชหนุ่ม ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำทีมฟุตบอลมาทุกระดับชั้น ทำให้ความฟิตของนักเตะอยู่ในระดับสูงมากตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล"

"เรามามองย้อนสถิติแล้ว พบว่าเราใช้ผู้เล่น 11 ผู้เล่นชุดเดิมทั้งฤดูกาลประมาณ 90% ของเกมทั้งหมด ซึ่งนั่นเป็นข้อพิสูจน์ถึงความฟิตและความแข็งแกร่งของนักเตะ แม้จะมีบางช่วงที่มีนักเตะบาดเจ็บบ้าง แต่ก็สามารถทดแทนกันได้ทันที นี่คือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของเรา เรามีความคงเส้นคงวาอย่างน่าทึ่งตลอดทั้งฤดูกาลนี้"

[ 4 ] บททดสอบสำคัญ ก่อนเลื่อนชั้นไป ไทยลีก 2

หากให้เลือกเกมที่รู้สึกว่ากดดันมากที่สุดในฤดูกาล 2024-25 'ครูคลิ้น' กล้าพูดได้เลยว่าคือรอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ต้องออกไปเยือน ปัตตานี เอฟซี แม้ว่าในเกมแรกพวกเขาจะคว้าชัยชนะมาได้ด้วยสกอร์ท่วมท้น 5-3 แต่การบุกไปเยือน เรนโบว์ สเตเดี้ยม ที่เต็มไปด้วยแฟนฟุตบอลนับหมื่น มันเป็นบรรยากาศที่กดดันมหาศาล อีกทั้งกุนซือก็ยังโดนแบนในเกมนัดนั้นอีกด้วย ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นไปอีก

ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ทีมก็ยังได้รับคำปรึกษาและคำแนะนำดีๆ รวมถึงทัศนคติที่สร้างสรรค์จาก "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติชุดใหญ่ ที่ช่วยประคับประคองนักฟุตบอลและทีมงานจนสามารถฝ่าฟันความกดดัน คว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก 2 มาครองได้อย่างสง่างามในท้ายที่สุด

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในฤดูกาล 2024-25 และต้องก้าวขึ้นไปเล่นในลีกที่สูงขึ้น แต่การขึ้นสู่ ไทยลีก 2 กลับไม่ใช่แรงกดดันสำหรับ ราษีไศล เลยแม้แต่น้อย พงศ์เผยเพิ่มเติมว่า "ตอนนี้เราได้คุยโครงสร้างของทีมสำหรับ ไทยลีก 2 ไว้แล้วกับโค้ชหนุ่ม เพราะเขาเคยมีประสบการณ์ในการทำทีมระดับ ไทยลีก 2 มาก่อนเป็นอย่างดี เราทราบดีถึงโปรแกรมการแข่งขันที่จะยกระดับขึ้น มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงการเดินทางที่จะมีเพิ่มมากขึ้นหลังจากนี้"

นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างชัดเจน แน่นอนว่าการเสริมทัพเพื่อความแข็งแกร่งในการสู้ศึก ไทยลีก 2 นั้นเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมทีม แต่สิ่งที่เป็นข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอลคือ นักเตะต่างชาติคนสำคัญของทีมจะยังคงอยู่กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน ไล่ตั้งแต่ อัลแบร์โต้ กูเวอา, กิลแบร์โต้ มาเชน่า และ ราม่อน เมสกีตา ซึ่งจะเป็นแกนหลักสำคัญในการพยุงทีมและสร้างผลงานในลีกที่สูงขึ้นในอนาคต

[ 5 ] เสียงเชียร์ - พลังขับเคลื่อนของราชาวานร

ประธานสโมสร ราษีไศล ส่งสารถึงแฟนฟุตบอลของทีมทุกคนที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดว่า "แฟนๆ เป็นสิ่งสำคัญมาตลอด ถ้าไม่มีแฟนๆ ก็ไม่มี ราษีไศล ยูไนเต็ด"

นี่คือคำกล่าวที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและศรัทธาที่แฟนฟุตบอลมีต่อสโมสรอย่างลึกซึ้ง และมันเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดให้พญาวานรแห่งอีสานสามารถก้าวเดินต่อไปในเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นคงและสง่างาม

ในโลกฟุตบอลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผันทุกๆ ฤดูกาล หากคุณเชื่อมั่นและจริงจังกับกีฬาลูกหนังแบบเต็มเหนี่ยว รับประกันเลยว่าความสำเร็จรอคอยอยู่ไม่ไกลหากใจกร้าวแกร่ง

ราษีไศล คือตัวอย่างของสโมสรที่มุ่งมั่นโดยแท้จริง

ไทยลีก 2 หรืออาจจะลีกสูงสุดแห่งสยามประเทศ รอพวกคุณอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้!!

ภาพจาก : Rasisalai United

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...