โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ฉัตรวรรษ-สว." ร้อง กกต. สั่งให้ คกก. ชุดที่ 26 หยุดปฏิบัติหน้าที่ ขอความเป็นธรรมให้กับ สว.

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 03.42 น.

"ฉัตรวรรษ-สว." ร้อง กกต. สั่งให้ คกก. ชุดที่ 26 หยุดปฏิบัติหน้าที่ ขอความเป็นธรรมให้กับ สว. ยัน ให้ความร่วมมือกับ กกต. ทุกประเด็น ส่วน ที่ รร.พูลแมน มอง สว. บางคนมีตังก็ไปกินข้าวได้ ด้าน อลงกต พ่น ไทยคำ-อังกฤษคำ

วันที่ 21 พ.ค. 68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย พร้อมด้วย นายกอบ อัจนากิตติ และ นายอลงกต วรกี เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนการฝ่าฝืนกฎหมายการปฎิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ที่ไม่กระทำให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติมการรักษาความลับของทางราชการซึ่งมีการปิดหมายโดยไม่ชอบและการปฎฺิเสธการเข้าถึงพยานหลักฐานในวันที่แจ้งรับทราบข้อกล่าวหาซึ่งดำเนินการตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ด้วยความเป็นกันเอง รู้สึกสบายใจที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นกรรมการตัวเล็ก ๆ คุยกันแล้วรู้เรื่อง ไม่เหมือนกับคนที่มีอำนาจสั่งการที่คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องยกความชอบธรรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ซึ่งในวันนี้ตนเองมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ สว.ที่ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ละเมิดระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรงและละเมิดสิทพื้นฐานของผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะการออกหนังสือเชิญที่ไม่ใช่หมายเรียกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งยังแจ้งรายละเอียดไม่ชัดเจนเพียงพอหรือหาพยานหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาได้ ขัดต่อหลักความเป็นธรรมที่ควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ในเรื่องวิธีติดหนังสือเชิญ ไม่ได้มีการรักษาความลับราชการ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดว่าจะต้องบรรจุซอง 2 ชั้นเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูล โดยการติดหมาย ณ ที่พักอาศัยของผู้ถูกกล่าวหาในเขตกรุงเทพ ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบรักษาความลับของราชการ สร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของผู้ถูกกล่าวหา แม้ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตามในการแจ้งสื่อมวลชนไปทำข่าว แต่การกระทำดังกล่าวมีเจตนาพิเศษให้เกิดความเสียหายโดยไม่สุจริต

ส่วนการปฎิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นกลางและเลือกปฏิบัติทำให้เข้าใจได้ว่า สว.ที่ถูกออกหมายเรียกและรับทราบข้อกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ทั้งที่สื่อมวลชนเสนอข่าวหลายแขนงรับฟังได้ว่ามี สว.กลุ่ม 8 + 1 และ 21 + 24 แต่ไม่ปรากฏว่ามีการสืบสวนไต่สวน แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นกลาง อาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ กกต.เป็นองค์กรอิสระ ปราศจากความครอบงำทางการเมือง

อีกทั้งยังมีข้อน่าสังเกตว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 มีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 3 คน ร่วมเป็นกรรมการ หรือสัดส่วน 3 ใน 7 ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อาจเข้าใจได้ว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านก็ทราบดีว่าศาลได้สั่งให้รัฐมนตรียุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ DSI ไปแล้ว

สำหรับการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ที่แจ้งข้อกล่าวหาในลักษณะเคลือบแคลง ขอตรวจสอบพยานหลักฐาน และขอคัดถ่ายพยานหลักฐานเพื่อเตรียมเอกสารชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหา อ้างมิให้เปิดเผย เสมือนมัดมือชกฝ่ายเดียว จึงเรียกร้องต่อ กกต.ดังนี้

1.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 และคณะอื่นที่มีการกระทำลักษณะเดียวกันทันที เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้น
2.ให้มีการเพิกถอนกระบวนการใด ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนี้ทั้งหมด
3.อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้มีโอกาสตรวจสอบและเข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ในการตั้งข้อกล่าวหา เพื่อให้สามารถปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตามขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยยืนยืนยันในหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเป็นกลาง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งและ กกต. อย่างสูงสุด

ด้าน พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ ยอมรับการตรวจสอบของ กกต.ที่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ส่วนในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 หากปราศจากการครอบงำทางการเมืองซึ่งได้ชี้แจงการดำเนินการของ DSI ตั้งแต่ชั้นสืบสวน และสอบสวน เหมือนเป็นการเบนประเด็นการทำงาน เหมือนยืมมือคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งประธาน กกต.ควรที่จะเลือกตั้งคณะกรรมการที่ไม่เกี่ยวข้องกับ DSI เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานอัยการหรือส่วนที่เกี่ยวข้องที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา

ดังนั้นการกล่าวหาที่ทำให้เคลือบแคลงและเป็นที่สงสัยย่อมทำให้ สว.ทุกคนมาให้ข้อมูลได้อย่างไม่ชัดเจน ซึ่งตนเองเชื่อว่าตามข้อมูลข่าวสารหรือตามที่สื่อมวลชนเสนอเป็นการสืบสวนสอบสวนแบบฟังผู้ร้องฝ่ายเดียวโดยไม่ดูพยานหลักฐานว่าเพียงพอต่อการไต่สวนหรือไม่

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ต้องการให้ DSI เข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตวรรษ กล่าวว่า DSI ไม่ชอบตั้งแต่การสืบสวนเมื่อสืบสวนรู้ว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ไม่ควรตั้งคณะกรรมการ และคณะพนักงานสืบสวนอีก 40 กว่าคน ซึ่งก็ทำให้ตนเองเกรงใจในพนักงานบางคนที่ประพฤติ ตนเองชอบบ้างไม่ชอบบ้างในการปฏิบัติหรือการสอบบุคคลเป็นพยาน

“เราให้ความร่วมมือกับ กกต.ในการสอบทุกประเด็น แต่มีเหตุอันเคลือบแคลงสงสัยว่าการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน และการกล่าวหาโดยภาพรวมดูน่าสงสัยทำให้ สว.ไม่สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาการให้สัมภาษณ์ของประธาน กกต. และเลขา กกต. ก็ไม่ได้ปฏิเสธการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน สว. จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ”พล.ต.ต.ฉัตวรรษ กล่าว

ซึ่งเป็นข้อสังเกตให้สังคมรับทราบ แต่ก็ไม่ได้ต่อสู้ต่อการทำงานของคณะกรรมการไต่สวน ”ใครอยากทำงานก็ทำไปผมชอบ“ แต่หากกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจก็ต้องรับผิดชอบ สำหรับการชี้ถูกชี้ผิดเป็นเรื่องที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่การไต่สวน และการพิจารณาขึ้นอยู่กับกกต. ส่วนการออกมาชี้นำสื่อว่าการได้มาซึ่ง สว.นั้นเป็นที่ไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรมทั้งที่ กกต.ได้ให้ความบริสุทธิ์กับ สว.ชุดนี้และปฏิบัติหน้าที่มาในระยะหนึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในการเลือกตั้งหากมีเหตุที่เกิดขึ้นในทางการเมืองก็เป็นเหตุให้เกิดการสับสน

ด้านพลตํารวจโท บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนรู้สึกเสียใจที่ได้ยินคำตราหน้าว่า พวกตนฮั้วสว. ซึ่งพวกตนมาด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ดังนั้น การเลือกสมาชิกวุฒิสภา กฎหมายสามารถให้แนะนำตัวกันได้ ฉะนั้น การรู้จักคนจำนวนมากมันผิดด้วยเหรอ

ขณะที่ ด้าน นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา กล่าวทิ้งท้าย กรณีข้อระเบียบกฎหมาย การส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ว่า การรักษาชั้นความรับทางราชการ จำเป็นต้องประทับตราว่าลับ ด้านบน และลับด้านล่าง รวมทั้งมีใบปิดหน้า หากจำเป็นต้องส่งไปรษณีย์ ต้องทำการปิดซองให้ทึบและมิดชิด แต่ดีเอสไอ ทำผิดตามกระบวนการการรักษาชั้นความลับทางราชการและการปฏิบัติงานสถาบันซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งตนจะดำเนินการต่อที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้สั่งการจนไปถึงผู้นำไปติดหมาย ทั้งหมด 6 คนใน กทม. ที่ถูกติดหมายดังกล่าว คือ การนำใส่ซองใส ทำให้ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามผู้ที่ถูกทำ ฉะนั้นตนจะดำเนินการตามกฎหมายและให้ดำเนินการตามระเบียบวินัยข้าราชการเกี่ยวข้องทั้งหมด

พร้อมย้ำในประเด็นที่มีคนมาร้องให้ถอดถอน สว. ทั้ง 148 คน เป็นที่ทราบดีบ้านเมืองเราไม่เป็นปกติสุขทุกวันนี้เพราะการเมือง ดังนั้นเมื่อการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทุกคนก็มีสิทธิเสรีภาพในการต่อสู้ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่มีคนมายื่นร้องยุบพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นคนละประเด็นกันนั่นเป็นเรื่องของ สส. ตนเองคงไม่ไปก้าวล่วงตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองอื่น ๆ นอกจากนี้ ที่มีการเชื่อมโยงว่าพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. พล.ต.ต.ฉัตวรรษ กล่าวว่า บนหน้าผากของผมมีเขียนหรือไม่ว่าอยู่พรรคไหน ดังนั้นตนเองถือว่าได้เป็น สว.ทำงานในราชการได้ด้วยความรู้ ความสามารถ

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุอีกว่าการสอบสวนครั้งนี้จะเป็นกลางหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติ ถ้าใจบริสุทธิ์ความเป็นธรรมย่อมเกิด ถ้าถูกครอบงำไม่ว่าด้วยอะไรก็แล้วแต่ใจก็จะไม่บริสุทธิ์ ตนเองเป็นตำรวจ ทำงานสืบสวนสอบสวนมาทั้งชีวิต แต่หน่วยงานอื่นก็ว่าไปตามกระบวนการ แต่จะหลีกหนีไม่ได้เรื่องนิติรัฐนิติธรรม มีหน้าที่ก็ทำไปแต่จะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนอะไรที่ทำให้กังวลอย่าไปคิดมัน

สำหรับกระแสข่าวที่มี สว.หลายคนเดินทางไปที่โรงแรมพลูแมน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ยอมรับว่าบางคนมีตังก็ไปกินข้าว ด้านนายอลงกต จึงถามกลับสื่อมวลชนว่า What is Pullman?, Like a pool ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับเป็นภาษาไทยว่า “โรงแรมพูลแมน” นายอลงกต กล่าวว่า Where is hotel Pullman ? ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า “ซอยรางน้ำ” นายอลงกต จึงตอบว่า “Where is Soi Rangnam” ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับอีกว่าแสดงว่าไม่เคยไปใช่หรือไม่ นายณรงค์กดตอบว่า ”I know only Rattanakosin Hotel”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการเปิดเผยว่ามีการให้ สว.เซ็นใบลาออกเป็นประกันไว้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่รู้ พวกท่านรู้ดีว่ากำพืดของคนเคยเป็นสส.เป็นอย่างไร นักข่าวรู้ดี แต่ตนเองเป็น สว.เป็นอาชีพสุจริต ช่วยเหลือประชาชนมาเยอะ ใครจะกล่าวหาอย่างไรก็ว่าไป แต่ถ้ามีเอ่ยชื่อตนเองค่อยว่ากัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...